ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพิ่งให้สัมภาษณ์สอนมวยฝ่ายค้านว่า “จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด” เสียก่อน
แต่หวังว่าท่านจะไม่ความจำสั้นจนเกินไป ที่อยากจะชวนมาดูอะไรบ้างที่สกปรกและใกล้ตัวท่านมากที่สุด

ก่อนที่ท่านจะให้คนอื่นไปชำระล้างใด ๆ กรุณาหันข้างหรือเอี้ยวตัวสักนิด เพื่อดูท่านและบริวาร รวมถึงเครือข่ายที่ท่ายสร้างมากับมือว่า “สะอาดหรือยัง ?”
จริง ๆ ถ้าตั้งต้นกันดี ๆ เอาคำว่าสกปรกไปเสิร์ชที่ไหน จะพบว่าไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ความกังขาถึง “ความสกปรกระดับประเทศ” ที่คนเห็นกันทั้งหมด และคิดตรงกัน นั่นคือ “การเลือกตั้ง” เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ ซึ่งทั้งหมดนี้ที่ท่านได้ทำการย้ายคนในบ้านแบบล้างบาง แต่ไม่รู้ว่าสะอาดหรือไม่ พบว่า การแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าฯ ในฐานะที่ นายกฯ ควบ มท.1 พบว่า 76 จังหวัด มีโดนโยกย้าย 50 จังหวัด /อธิบดีกรมต่าง ๆ ทั้งหมด 6 กรม ย้ายไปแล้ว 5 กรม ยังไม่พอ ปลัดจังหวัด 76 จังหวัด ย้ายไปแล้ว 40 คนแล้ว ย้ายนายอำเภอ 203อำเภอ จาก 878 อำเภอ
หัวใจสำคัญคือการแต่งตั้งประธานกรรมการเลือกตั้งประจำเขต 400 คนกฎหมายให้คัดจากผู้มีความรู้ความสามารถจัดการเลือกตั้ง ปรากฏว่าปีนี้ กกต.ทาบทามนายอำเภอทั้ง 400 เขต แตกต่างจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 และ 2566 ที่กกต. ทาบทามข้าราชการจากหน่วยอื่น ๆ กระจาย ไม่เฉพาะเจาะจง พูดง่าย ๆ ทุกอย่างอยู่ภายใต้ท่านทั้งหมด
ถ้าต่อม “เอ๊ะ” ของทุกท่านทำงาน ก็จะหาจุดเชื่อมโยงอะไรต่าง ๆ ได้ และ ถ้าทุกท่านล้างเท้า ล้างใจ ใส่สติกันก็จะพบว่าในห้วงไม่กี่เดือนที่ผานมา “กระทรวงมหาดไทย” ของท่าน มีข่าวไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งที่ท่านดูแลกระทรวงนี้มาต่อเนื่องตลอดเกือบ 3 ปี ถ้าจะมีความไม่สะอาดเกิดขึ้นในบ้านของท่านก็ต้องถามเจ้าของบ้านก่อนเลยว่า ท่านล้างมือล้างไม้ตัวเองบ้างหรือยัง ปล่อยให้ความสกปรกเกิดขึ้นเน่าแบบนี้ได้อย่างไร เหมือนเจ้าของบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่ไม่สะอาดเหล่านี้มานาน นั่งทับขี้
ความไม่สะอาดต่อมาที่อยากต่อเป็นจิ๊กซอว์ ฉายภาพให้เห็นคือ กรณีที่อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยแชตปริศนา โดยอ้างว่าผู้บังคับบัญชา นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ส่งข้อความมาว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” แม้เจ้าตัวจะบอกว่าไม่ได้เป็นคนส่ง อ้างเป็นไลน์หลายเคริ่อง กมธ.เรียกมาก็ไม่เคยมาสักหน นี่คือหลักฐานที่บ่งชี้ถึงมหันตภัยร้ายของ ระบอบสีน้ำเงิน ที่กำลังบ่อนทำลายหลักความเป็นกลางของระบบราชการ และกัดกินระบบนิติรัฐอย่างรุนแรง
กลิ่นของความผิดปกติยังคงเกิดขึ้นอีก จากกรณีที่ ท่านนายกฯและ มท.1ระบุกลางที่ประชุมกระทรวงมหาดไทย โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด (ที่ถูกเรียกชื่อว่า “รองฯ กุ้ง” หรือ “รองฯ ซีฟู้ด”) กล่าวอ้างว่าสามารถโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้ ซึ่งทางด้านนายอนุทิน ออกมาตำหนิอย่างรุนแรงว่าคำพูดดังกล่าวเป็นเรื่อง “ปัญญาอ่อน” พร้อมตั้งคำถามว่าใหญ่กว่านายกรัฐมนตรีหรืออย่างไร แต่ไม่ทันข้ามวันก็ มีคำสั่งย้ายด่วนข้าราชการระดับสูงของจังหวัดภูเก็ต เริ่มด้วย 15 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ทำทีย้ายรองผู้ว่าออกก่อน จากนั้นวันเดียวลิเก ปิดโรง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร หรือ “ผู้ว่าฯ เซมเบ้ ก็ถูกย้ายมาเป็นรองปลัดกระทรวง สรุปแล้วรองผู้ว่าคงย้ายผู้ว่าได้คือเรื่องจริง!
สำหรับชนวนตามที่สื่อรายงานมาจากเรื่องการปราบปรามกลุ่มทุนนอมินีต่างชาติ มาเฟีย และการจัดระเบียบส่วยสถานบันเทิง/ที่พักในภูเก็ต ราวกับพลอตซีรีส์ทนายปีศาจ คนใหญ่มีแบ๊คหนุนหลัง คนเป็นรอง ย้ายผู้ว่าได้จริง สรุปแล้ว นี่คือความไม่สะอาดอีกหรือเปล่า รบกวรท่านนายกฯท่านตอบแค่ใช่ หรือ ไม่ใช่ก็พอ!
แล้วไม่รู้ทำไม กระทรวงมหาดไทยถึงได้ชอบมีมหากาพย์ของความไม่ชอบมาพากล ความแซ่บยังไม่หมด “ละครลิงหลอกตาประชาชน” ลิเกลาโรงไปแล้ว หลายส่วนตั้งคำถามว่านี่เป็นการย้ายเพื่อยื้อคดี หรือช่วยใครบางคนที่พัวพันกับกลุ่มอิทธิพลและส่วยภูเก็ตหรือไม่ หตกลงเนื้อแท้คือขัดแย้งกันเพราะเรื่องงาน หรือมีเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกแห่งนี้กันแน่
กลิ่นของความสกปรกของคนที่บอกให้คนอื่นล้างเท้า แต่ไม่มีเวลาดูแลบ้านตัวเองคือเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ คดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น (ที่มีมูลค่าเสียหาย 4.5 พันล้านบาท) คดีนี้ถือเป็นข่าวฉาวครั้งใหญ่ที่สุดของปี สำหรับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่ในช่วง 22 – 23 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ร่วมกับตำรวจ บก.ปปป. และ ป.ป.ท. นำกำลังเข้าทลายเครือข่าย โดยบุกตรวจค้นและจับกุมขบวนการโกงสอบรายใหญ่ ค้นอาคารย่านนนทบุรี พบหลักฐานชิ้นสำคัญเป็นสำเนากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบมากกว่า 3,000 ราย โดยพฤติการณ์มีลักษณะเรียกรับเงินแลกกับการช่วยให้สอบผ่าน หัวละ 350,000 ถึง 800,000 บาท คาดมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 4,500 ล้านบาทจนท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามคำสั่งย้ายด่วน นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ทั้งที่ท่านนี้เพิ่งถูกย้ายามาเมื่อ พฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งท่านนี้ก็เป็นคนเก่งมาก ๆ เพราะเป็นผู้ว่าไม่ถึงปีได้ขึ้นอธิบดีเลย เติบโตในภาคใต้ จนได้ดี!
เช้า 24 มิถุนยาน นายกฯ อนุทิน ลั่นวาจาว่า “ยอมรับไม่ได้” และสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยหาแนวทางยกเลิกผลการสอบในล็อตที่มีการทุจริตทั้งหมด คือท่านเพิ่งตื่น เพิ่งรู้ว่าบ้านตัวเองไม่สะอาดหรอ ท่านนั่งทับอะไรอยู่ใน3ปีที่ผ่านมา ดมความสกปรกเหล่านี้ได้ยังไง คดีทุจริตสอบท้องถิ่นรอบนี้ ถือเป็นการจับกุมขบวนการโกงสอบข้าราชการครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งหลังจากนี้ต้องจับตากระบวนการขยายผลของตำรวจว่าจะสาวไปถึงข้าราชการระดับสูงรายใดเพิ่มเติม ได้จริงไหม ใครคือต้นตอที่เปิดให้มีการโกงครั้งมโหฬาร ที่ท่านนายกฯ บอกได้ยินแล้วจะเป็นลม เพราะเขาอยากมาอยู่บ้านมหาดไทยของท่านได้เงินเดือนไม่ถึงหมื่นห้า แต่ว่าต้องมีปัญญญาจ่ายหลายแสนพื่อเข้ามา ท่านคิดว่าทำไมเขาถึงอยากเข้ามาเป็นข้าราชการในกระทรวงของท่าน ถ้าไม่หวังมาหากินถอนทุน จากกระทรวงที่มี “เครื่องหมายคำถาม” ตัวใหญ่ ๆ โต ๆ ที่มีแต่ความฉาวโฉ่ไม่พักทำไมคนถึงอยากมาอยู่เหลือเกินเงินเดือนนิดเดียว คำตอบคือน่าจะร้อยเรียงจากสิ่งที่เราได้ร่ายมาทั้งหมดว่า “เส้นทางเศรษฐี” แบบรวยไม่ไหวแล้ว โดยนักเทศน์ชื่ออนุทินที่บอกคนอื่นล้างเท้าแต่บ้านตัวเองกลิ่นคละคลุ้งขนาดนี้ มีที่มาองคาพพยพแบบใด นี่ไม่ต้องไปถามถึงเรื่องเขากระโดง ฮั้ว สว. ขบวนการกักตุนน้ำมัน ยังเอาผิดใครไม่ได้สักคนเลย
วัน ๆ ที่เราเคยเห็นภาพท่านนายกไปทำแต่อาหารไปเล่นแต่เครื่องดนตรี วันนี้รบกวนท่านจับไม้กวาดสักนิดไหม ทำความสะอาดบ้านตัวเองก่อน ไม่ว่าเรื่องอื้อฉาวอันเนื่องแต่การส่งข้อความในไลน์กรุ๊ปพร้อมกับข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ไม่ว่าการย้ายผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯที่ภูเก็ต ไม่ว่าการยกกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและ ป.ป.ช.เข้าทะลายแก๊งโกงการสอบบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น นี่คือภาพสะท้อนของ ”วิกฤต”
ถึงเวลาได้ยังที่ท่านต้องพลิกให้เป็นโอกาส พิสูจน์ท่าทีของนายกรัฐมนตรี ของรัฐมนตรี และข้าราชการผู้เกี่ยวข้องว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนสักทีเถอะถือว่า “ช่วยประชาชน” นะครับ!
___ยังเติร์ด___

