หญิงวัย 31 ร้อง สน.ร่มเกล้า แฉอดีตแฟนทำร้ายซ้ำซาก–แฉภาพส่วนตัวว่อนโซเชียล กระทบงาน-ชีวิต วอนรัฐเร่งคุ้มครอง

88

หญิงวัย 31 ปี นำหลักฐานแจ้งความ สน.ร่มเกล้า หลังถูกอดีตแฟนทำร้ายร่างกายต่อเนื่อง พร้อมขโมยข้อมูลส่วนตัว เผยแพร่ภาพไม่เหมาะสมในโซเชียลและกลุ่มที่ทำงาน แถมสวมรอยส่งข้อความลาออก–ถอนเงินในบัญชี สร้างความเสียหายหนัก ประสาน พม. และหน่วยงานยุติธรรมเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุดำเนินคดีและคุ้มครองความปลอดภัย

หญิงผู้เสียหาย อายุ 31 ปี เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลร่มเกล้า พร้อมยื่นพยานหลักฐาน หลังถูกอดีตแฟนหนุ่มใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายซ้ำซาก และนำภาพส่วนตัวที่ไม่เหมาะสมจากโทรศัพท์มือถือไปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กลุ่มไลน์ รวมถึงส่งต่อไปยังกลุ่มที่ทำงาน ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หน้าที่การงาน และสภาพจิตใจอย่างรุนแรง

ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุยึดโทรศัพท์มือถือของเธอไว้ รู้รหัสผ่านและเข้าถึงข้อมูลทั้งหมด ก่อนนำไปใช้ส่งข้อความลาออกจากงานแทน รวมถึงถอนเงินออกจากบัญชีธนาคาร ทำให้ได้รับความเสียหายทั้งด้านการเงินและอาชีพ

เหตุทำร้ายร่างกายครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้เสียหายถูกทำร้ายจนใบหน้ามีรอยฟกช้ำ โดยยืนยันว่าไม่ใช่ครั้งแรก ตลอดระยะเวลาคบหาประมาณ 3 ปี มักถูกใช้ความรุนแรงเป็นประจำ สาเหตุหนึ่งมาจากผู้ก่อเหตุประกอบอาชีพปล่อยเงินกู้ เมื่อไม่ได้รับเงินคืนตามกำหนดจะระบายอารมณ์ด้วยการทำร้าย อีกทั้งผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างต่อสู้คดีในชั้นศาลคดีพรากผู้เยาว์ ทำให้มีความเครียดสะสม

ก่อนหน้านี้ ผู้เสียหายเคยเข้าแจ้งความคดีทำร้ายร่างกายไว้ที่ สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร และ สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวน อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อเหตุยังพยายามเข้ามาเจรจาเป็นระยะ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว เนื่องจากอาศัยอยู่กับบิดาอายุ 70 ปี เกรงว่าจะเกิดอันตราย

ด้วยเหตุนี้ ผู้เสียหายจึงประสานขอความช่วยเหลือไปยัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเร่งรัดติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และขอรับการคุ้มครองความปลอดภัย

ผู้เสียหายยังเปิดเผยว่า รู้จักกับผู้ก่อเหตุผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ อดีตเคยรับราชการทหารก่อนลาออก ระหว่างคบหากันไม่พบพฤติกรรมเสพยาเสพติด แต่มีการดื่มน้ำกระท่อมเป็นประจำ

ด้าน ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ได้ประสานตำรวจเจ้าของคดีในพื้นที่เกิดเหตุ เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และให้ชุดสืบสวนนครบาลติดตามตัวผู้ก่อเหตุ เนื่องจากมีพฤติการณ์อุกอาจและส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้เสียหายอย่างรุนแรง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ พม. ร่วมกับ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐาน เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านค่ารักษาพยาบาล การเยียวยาสภาพจิตใจ และมาตรการคุ้มครองพยานตามกฎหมาย พร้อมย้ำให้ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดเพื่อป้องกันการคุกคามซ้ำ