หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมศาลอาญา นัดตรวจหลักฐาน "ณัฐพงษ์" และสอบคำให้การคดีหมิ่น "กัลฟ์" ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันในความบริสุทธิ์

ศาลอาญา นัดตรวจหลักฐาน “ณัฐพงษ์” และสอบคำให้การคดีหมิ่น “กัลฟ์” ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันในความบริสุทธิ์

วันที่ 16 ก.พ. 2569 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภืเษก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยทนายความเดินทางมาศาลอาญา เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ในคดีที่บริษัท กัลฟ์ ดีเวลอปเมนท์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องหมิ่นประมาท ทำให้เกิดความเสียหาย และถูกเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท สืบเนื่องจากการแถลงข่าว ตั้งข้อสังเกตโครงการจัดซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนของรัฐบาล

โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันนี้จะรับทราบข้อกล่าวหา และจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันในความบริสุทธิ์ ส่วนรายละเอียดในคดี จะลงมาให้สัมภาษณ์หลังตอบคำให้การที่ศาลเสร็จสิ้น

ทั้งนี้ จากกรณีการจัดตั้งรัฐบาล ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังบีบพรรคกล้าธรรมให้คืนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่เช่นนั้นจะถูกผลักให้เป็นฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนไม่ได้มีปัญหาการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใดที่ไม่ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล และไม่ได้นำมาเป็นเงื่อนไข ว่าจะทำงานได้หรือไม่ได้กับพรรคการเมืองอื่น ยืนยันว่าสามารถทำงานร่วมกันได้ เพราะพรรคการเมืองฝ่ายค้านต้องมีจุดยืนในการตรวจสอบรัฐบาล สุดท้ายเชื่อว่าพรรคการเมืองฝ่ายค้านสามารถทำงานร่วมกันได้ ผ่านกลไกวิปฝ่ายค้าน

นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนภายหลังเข้ารับการสอบปากคำว่า วันนี้หลังจากที่ตนได้ยื่นขอประกันตัวล่วงหน้าไปก่อนหน้านี้แล้ว ได้ให้การในฐานะจำเลยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันในความบริสุทธิ์ใจของตนเอง หลังจากนี้จะมีการสืบพยานในเดือนตุลาคม 2569 ส่วนกรณีที่มีผู้ออกมาโพสต์ว่าผู้สมัครสมาชิกพรรคประชาชนจะมีการเก็บข้อมูลเลขหลังบัตรประชาชนนั้น ตนยืนยันว่าเราไม่ได้เรียกเก็บข้อมูลที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล เราขอเลเซอร์โค้ดมา เป็นไปตามกรมการปกครองเปิดช่องทางให้ยืนยันความถูกต้อง เพราะต้องการแน่ใจว่าการทำธุรกรรมและสมัครสมาชิกเป็นไปตามที่ทาง กกต. กำหนด ว่าเป็นประชาชนตัวจริง เลขหน้าบัตรประชาชนสามารถยืนยันกลับไปที่กรมการปกครองได้

เมื่อถามว่าจะไม่มีปัญหาภายหลังหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีปัญหาภายหลังอย่างแน่นอน เพราะตรวจสอบกับทางทีมงานหลังบ้านแล้วว่าไม่ได้มีการเก็บข้อมูลส่วนตัวใด ๆ ที่จะมีความเสี่ยงให้ข้อมูลรั่วไหล เลเซอร์โค้ดหลังบัตรใช้ยืนยันกับกรมการปกครอง สามารถสอบถามไปยังที่นั่นได้ผ่านช่องทาง API ที่เปิดให้หน่วยงานต่าง ๆ ตรวจสอบข้อมูล ทางพรรคไม่ได้มีการบันทึกข้อมูลในส่วนนี้ไว้ในฐานข้อมูลของพรรคแต่อย่างใด

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับ นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. ของพรรคหรือไม่ หลังจากที่ออกมาโจมตีพรรคในช่วงหลัง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีตัวแทนของพรรคไปพูดคุยแล้ว แต่ส่วนตัวยังไม่ได้พูดคุยกับนางสาวธิษะณา เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ตนเองได้สื่อออกไปผ่านทางหน้าสื่อ เป็นการบอกว่าทางพวกเราไม่ได้จะทำร้ายเจ้าตัวแต่อย่างใด แต่ในขณะเดียวกันนางสาวธิษะณาก็สามารถยืนยันในสิ่งที่สามารถพูดได้ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง แต่ตนคิดว่าอยากให้มองทั้งสองด้านว่าสิ่งที่แต่ละฝ่ายออกมาแสดงความเห็นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร และหลายอย่างที่นางสาวธิษะณาออกมาพูดก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริง อย่าง IO ส้ม ทางพรรคประชาชนไม่เคยมีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารแบบนั้น แต่ทางพรรคมีทีมโซเซียลในการติดตามความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ได้มีทีมเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาชี้นำข้อมูลข่าวสารหรือบิดเบือนสังคมในการตอบคอมเมนท์ต่าง ๆ

เมื่อถามว่าในการจัดตั้งรัฐบาลตอนนี้ดูเหมือนจะมีการบีบพรรคกล้าธรรมให้มาเป็นฝ่ายค้าน จะสามารถร่วมงานกันได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การร่วมงานในฐานะฝ่ายค้านไม่น่าจะติดขัดอะไร ที่ผ่านมาในอดีตพรรคฝ่ายค้านก็ไม่จำเป็นที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ เพราะมีกลไกสภาอย่างวิปฝ่ายค้านอยู่แล้ว การที่พรรคใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคกล้าธรรมหรือพรรคอื่น ๆ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องแสดงจุดยืนที่เหมือนหรือต่างพรรคประชาชนอย่างไร แต่ขอให้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มแข็งเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

เมื่อถามว่าล่าสุด กกต.เรียกสอบ กปน.เกี่ยวกับการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด มองเรื่องนี้อย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นการเรียกสอบโดยสุจริตว่า กปน.ทำตามระเบียบหรือไม่อย่างไร ก็สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ สังคมก็กำลังตั้งคำถามที่ กกต.จะฟ้องพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กับประชาชนทั่วไปหรือเจ้าหน้าที่ กปน. ที่ทำหน้าที่โดยสุจริต ตามระเบียบแล้วการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง หรือหลังคูหา อันนั้นผิดแน่นอน แต่การถ่ายภาพขั้นตอนก่อนลงคะแนนไม่ได้ผิดอะไร การพุ่งเป้าไปเรียกสอบเจ้าหน้าที่ กปน. ส่วนนั้น ก็ต้องดูว่าทำผิดระเบียบหรือไม่ หรือพยายามจะเรียกสอบเจ้าหน้าที่ที่จะทำให้ทาง กกต.มีความสุ่มเสี่ยง เพราะบาร์โค้ดที่อยู่ในนั้นไม่ได้เป็นการทำให้การลงคะแนนเป็นการลงคะแนนลับ อยากให้ทุกคนช่วยกันเรียกร้องให้ กกต.ทำงานแบบตรงไปตรงมา ไม่อยากให้ใช้อำนาจตัวเองปิดปากผู้อื่น

เมื่อถามว่าตอนนี้ประชาชนร่วมลงชื่อถอดถอน กกต. จำนวนมาก ทางพรรคประชาชนมีความเคลื่อนไหวเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทางพรรคทำในสื่งที่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าการดำเนินคดีอาญามาตรา 157 ม.172 ตัวแทนของพรรคก็ได้ดำเนินการโดยตรงไปแล้ว และมีภาคประชาชนเข้าไปยื่นที่ผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และที่ศาลปกครอง ทางพรรคจะไม่เข้าไปยื่นซ้ำซ้อน แต่จะติดตามเรื่องนี้และเรียกร้องให้ทาง กกต. ออกมาเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใสมากที่สุด

เมื่อถามว่าปัญหาเหล่านี้จะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อาจเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น ทั้งศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญในการที่จะพิจารณาเรื่องนี้ หลายคนอาจจะมองว่าเรามีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ หลายคนอาจจะมองว่าเราแพ้การเลือกตั้งแล้วออกมาเรียกร้องหรือไม่ สิ่งที่เราเรียกร้องได้คือ การเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสยุติธรรม ปกป้องสิทธิ์ของประชาชนให้ถึงที่สุด ขณะนี้บัตรเลือกตั้งมีปัญหา กกต.ต้องพยามดำเนินการอย่างเต็มที่ดีที่สุด ในการเก็บรักษามีความลับ ดีที่สุดคือต้องเร่งทำลายบัตรให้เร็วที่สุด ส่วนจะนำไปสู่การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ตนเองอยู่ในฐานะที่ไม่เหมาะสมที่จะพูดต้องให้หน่วยงานอื่น ๆ เป็นผู้ตัดสินแทน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img