เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ (ผบก.รฟ.) นำชุดปฏิบัติการ บก.รฟ. กองบังคับการปราบ (บก.ป.) และกองบังคับการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นำหมายศาลเข้าตรวจค้น 6 จุด เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ

พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นางศิริลักษณ์ อุบลเหนือ นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้มาดำเนินคดีร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายที่เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ และทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมรายชื่อผู้มีสิทธิที่จะได้รับ การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด -19 เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ ของศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ซึ่งผู้มีรายชื่อดังกล่าวไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่จะทำการฉีดวัคซีนให้ โดยก่อนเกิดเหตุ สถาบันโรคผิวหนัง ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมการแพทย์ให้ทำหน้าที่รับผิดชอบกำกับดูแลและบริการจัดการศูนย์ดังกล่าว ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ประชาชนทั่วไปที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข

พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวอีกว่า ซึ่งเมื่อมีการลงทะเบียนกรอกข้อมูลรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับการฉีดวัคซีน แล้วผ่านโปรแกรม softconvaccine ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายของกรมการแพทย์ ซึ่งตั้งอยู่ในระบบกลางภาครัฐและผู้มีสิทธิเข้ารับการฉีดวัคซีนสามารถตรวจสอบข้อมูลการนัดหมาย รับการฉีดวัคซีนได้บนแอพพลิเคชั่นวัคซีนบางซื่อ สำหรับการกรอกข้อมูลดังกล่าวบุคลากรที่มีหน้าที่ลงทะเบียนกรอกข้อมูลจะได้รับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน โดยเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์เป็นผู้กำหนด เพื่อให้ใช้สำหรับการลงทะเบียนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม เจ้าหน้าที่ ไอ.ที.ของศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ ตรวจสอบพบรายชื่อบุคคลที่มีการลงทะเบียนนอกเวลาทำการ หลัง 20.00 น. จำนวนผิดปกติมาก ต่อมา 27 กรกฏาคม ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนังในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ตรวจสอบพบว่า มีการนำข้อมูลรายชื่อบุคคลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์นอกเวลาทำการประมาณ 1,000 คน ตั้งแต่เวลา 21.00-24.00 น. จึงสั่งให้ยกเลิกและนำรายชื่อที่ลงทะเบียน นอกเวลาทำการทั้งหมด ออกจากระบบ

พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กรกฏาคม เวลาประมาณ 09.00 น. มีประชาชนที่มีรายชื่อนัดหมายในวันดังกล่าว และมีชื่อลงทะเบียนนอกเวลาทำการมาตามกำหนดนัดเพื่อรับวัคซีนที่จุดลงทะเบียน แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบข้อมูล เนื่องจากยกเลิกรายชื่อไปแล้ว ทำให่ประชาชนที่มีชื่อลงทะเบียนกลุ่มดังกล่าวไม่พอใจ และพูดทำนองว่า “เสียเงินแล้วแต่ทำไมไม่ได้ฉีด” จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายเรียกเก็บเงินในการเพิ่มรายชื่อเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนเป็นรายละ 200-1,000 บาท ซึ่งทางกรมการแพทย์ ไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินค่าฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไปแต่อย่างใด

ผบก.รฟ. กล่าวว่า การสอบถามประชาชนกลุ่มดังกล่าว โดยให้กรอกข้อมูลเป็นเอกสารไว้ ต่อมาจึงรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ส.รฟ.นพวงศ์ กก.1 บก.รฟ.เพื่อให้ทำการสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ประสานให้ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดโดยเร็ว หลังมีการร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดแล้ว

ซึ่งทางพนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงประมวลเรื่องเสนอทาง บช.ก.พิจารณา ซึ่ง บช.ก.เห็นว่าคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจ และเพื่อให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปด้วยความรอบคอบ ต่อเนื่อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ จึงลงนามในคำสั่ง 156/2564 ลงวันที่ 30 กรกฏาคม แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อรับผิดชอบสอบสวนคดีดังกล่าว โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รอง ผบช.ก. เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน พ.ต.อ.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ รอง ผบก.อก.บช.ก. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน และ รองหัวหน้าคณะฯทำการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวโดยสอบพยานที่เกี่ยวข้องประมาณ 200 ปากและตรวจสอบข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ ของผู้เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐานในคดีและยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา

ศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดประกอบด้วย (1.) น.ส.ภคมน หอมภักดิ์, (2.) นายวิชญพงศ์ ธีรอังคณานนท์, (3.) นางสุรีนาฎ ปัทมวิชัยพร, (4.) นายจุมพล ศรียาภัย, (5.) น.ส.บัณฑิตา รุ่งสว่าง, (6.) น.ส.กรรติมา ยางทอง และ (7.) นายหทัยชนก บริรักษ์ โดยผู้ต้องหาทั้ง 7 รายบางรายเป็นพนักงานเอาท์ซอร์สเครือข่ายบริษัทมือถือ ในความผิดฐาน ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน, ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน โดยร่วมกันกระทำต่อระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะหรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ, ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลายแก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ของผู้อื่นโดยมิชอบโดยร่วมกันกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศความปลอดภัยสาธารณะหรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฉ้อโกง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับการตรวจค้นทั้ง 6 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้รวม 5 คน ซึ่งทาง นายอนุทิน, นายศักดิ์สยาม, พล.ต.ท.ต่อศักดิ์, พล.ต.ต.จิรภพ จะแถลงรายละเอียดอีกครั้งที่สถานีกลางบางซื่อ ในเวลา 10.00 น. วันนี้ (27 ก.ย.)