วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ภารกิจการเดินทางของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการเข้าร่วมการประชุม Transforming Education Summit +4 (TES+4) และหารือกับองค์การยูเนสโก (UNESCO) องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รวมถึงหน่วยงานด้านการศึกษาของสาธารณรัฐฝรั่งเศส ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญของการทำงานตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับบนเวทีการศึกษาระดับโลกมากขึ้น

ความสำเร็จสำคัญของภารกิจครั้งนี้ คือ ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพร่วมกับ UNESCO จัดการประชุม Global Education Meeting (GEM) 2027 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเวทีที่รัฐมนตรีด้านการศึกษาและผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลกใช้ร่วมกันกำหนดทิศทางการศึกษาของโลกในอนาคต
นายตติยภัทร์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาเพียง 3 เดือนหลังเข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญหลายด้านควบคู่กัน ทั้งการแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา การลดภาระงานครู การผลักดันการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีและ AI รวมถึงการเปิดความร่วมมือกับภาคเอกชนและองค์กรระหว่างประเทศ

“รัฐมนตรีเชื่อว่าการปฏิรูปการศึกษาไทยจะเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น หากประเทศไทยเปิดรับองค์ความรู้และประสบการณ์จากทั่วโลก ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้โลกเห็นศักยภาพของประเทศไทยด้วย”
การได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพร่วมจัด Global Education Meeting 2027 จึงไม่ใช่เพียงการเป็นสถานที่จัดประชุม แต่เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้เชิญรัฐมนตรีด้านการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในประเทศไทย เปิดโอกาสให้หน่วยงานด้านการศึกษาของไทย ครู นักวิชาการ และเยาวชนไทย ได้เข้าถึงองค์ความรู้และเครือข่ายระดับโลกมากยิ่งขึ้น

“ภายในเวลาเพียง 3 เดือน เราเริ่มเห็นผลของการทำงานที่เป็นรูปธรรม ทั้งการปฏิรูปการศึกษาในประเทศ และการได้รับความเชื่อมั่นจากนานาชาติ การเป็นเจ้าภาพ Global Education Meeting 2027 ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งใหม่ ที่จะนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสจากทั่วโลกกลับมาพัฒนาการศึกษาไทย” นายตติยภัทร์ กล่าว
โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลกดังกล่าว ควบคู่กับการผลักดันนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลลัพธ์ของความร่วมมือระหว่างประเทศเกิดประโยชน์กับผู้เรียน ครู และระบบการศึกษาไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยกระดับบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีส่วนร่วมกำหนดอนาคตการศึกษาของโลก

