เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวประจำ ตร.รายงานว่า พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้บัญชาการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.ก.ตร.)ในฐานะเลขา ก.ตร.ได้มีหนังสือแจังเวียนถึงคณะกรรมการฯ ก.ตร.โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ตร.ได้นัดประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 10/2564 ในวันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 เวลา 13.00 น.ที่ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร…โดยมีวาระดังนี้

วาระที่ 1. เรื่องที่ประธานจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบ..วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 7/2564 …วาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ…เรื่องที่ 1 รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.วินัย ที่ ก.ตร.มอบหมายให้ทำการแทน…เรื่องที่ 2 – รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.บริหารทรัพยากรบุคคล ที่ ก.ตร.มอบหมายให้ทำการแทน…เรื่องที่ 3 รายงานผลการจัดทำประมวลจริยธรรมข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2564

วาระที่ 4 เรื่อง ที่เสนอเพื่อพิจารณา…เรื่องที่ 1 ผลการตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีสำนักงาน ป.ป.ช. ส่งเรื่องกล่าวหาให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ …เรื่องที่ 2 ด.ต.ธัญเกียรติ (หวังดี) เสริฐดิลก อุทธรณ์คำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ..เรื่องที่ 3การขออนุมัติเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายในห้วงที่มิได้ปฏิบัติราชการให้แก่ข้าราชการตำรวจ จำนวน 9 ราย…เรื่องที่ 4 การแก้ไขบทเฉพาะกาลมาตรฐานกำหนดตำแหน่งกลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม พ.ศ.2561 …เรื่องที่ 5 การเปลี่ยนแปลงการมอบหมายหน้าที่การบริหารราชการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษและงานนโยบายสำคัญของ ตร.,…รวมถึงวาระที่ เรื่องอื่นๆ ถ้ามี

ผู้สื่อข่าวประจำ ตร.ยังรายงานอีกว่า ในการประชุมครั้งก่อนช่วงโควิด 19 แพร่ระบาดนายกรัฐมนตรี ใช้วิธีประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นซ์จากทำเนียบรัฐบาล หรือ บางครั้งจะเชิญกรรมการ ก.ตร.ไปใช้สถานที่ประชุมที่ทำเนียบ แต่การประชุมในครั้งนี้นั้น  นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานในที่ประชุมด้วยตัวเอง

สำหรับวาระที่น่าสนใจ คือวาระเรื่อง ที่ 1 นำคำพิพากษา ของศาลปกครองสูงสุดในกรณีที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามมาพงษ์ อดีต ผบ.ตร.ยื่นฟ้องต่อศาลฯ โดยกล่าวหา ประธาน ก.ตร. คณะกรรมการ ก.ตร., ผบ.ตร. ในอดีต ในยุคที่มี พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็น ผบ.ตร. ว่าแต่งตั้ง ผบ.ตร.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามหลักอาวุโสฯ ซึ่งล่าสุด ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษา สรุปโดยรวมว่า เป็นการการแต่งตั้งที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่มีผลย้อนหลังแต่อย่างใด เป็นเพียงการนำเสนอให้คณะกรรมการ์ในที่ประชุมทราบ เพื่อเป็นแนวทาง กรณีศึกษาในข้อกฎหมายเท่านั้น

วาระที่น่าสนใจต่อมาคือ เรื่องที่ 5 การเปลี่ยนแปลงการมอบหมายหน้าที่การบริหารราชการศูนย์ปราบปราบอาชญากรรมพิเศษและงานนโยบายสำคัญของ ตร.นั้น ในยุค นั้น

ผู้สื่อข่าวประจำ ตร. รายงานเพิ่มเติมอีกว่า ซึ่งในอดีต มีการกำหนดตำแหน่ง  ตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. (ยศ พล.ต.อ.เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.) จำนวน 10 ตำแหน่ง /ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร.(ยศพล.ต.ท.เทียบเท่า ผบช.) จำนวน 20 ตำแหน่ง/ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. (ยศ พล.ต.ต.เทียบเท่า ผบก.) รวมเป็นจำนวน 30 ตำแหน่ง  โดยระเบียบ ของ ก.ตร.กำหนดให้ ที่ปรึกษาพิเศษ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ทั้ง 10 ศูนย์ประกอบด้วย 1.) ศูนย์ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา, 2.) ศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, 3.) ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง, 4.) ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และมือปืนรับจ้าง, 5.) ศูนย์ปราบปรามสินค้าทางน้ำ, 6.) ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวและป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์, 7.) ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์, 8.) ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 9.) ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ, และ 10.) ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แต่ด้วยยุคปัจจุบันรูปแบบของอาชญากรรมในรูปแบบต่างได้มีการเปลี่ยนไป ทาง ตร. จึงได้ปรับเปลี่ยนชื่อศูนย์ฯ อำนาจหน้าที่ให้เหมาะสม โดยเดิม เห็น ที่ปรึกษาพิเศษที่เป็น ผู้อำนวยการศูนย์ ต่าง ๆ โดยหลักมีอายุราชการเพียงแค่ 6 เดือน ทำให้การปฏิบัติงานไม่เป็นไปอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประสิทธิ์ภาพ ของศูนย์ต่าง ๆ ได้สัมฤทธิ์ผล จึงเป็นควรให้ เปลี่ยน ผู้อำนวยการศูนย์ มาเป็น รอง ผบ.ตร.และ จตช. มาเป็น ผอ.ศูนย์แทน และให้ ที่ปรึกษาพิเศษ มาเป็น รอง ผอ.ศูนย์ รวมถึงระดับ ผู้ทรงคุณวุฒิ พิเศษ และผู้ทรงคุณวุฒิ ตามลำดับ จึงขอมติต่อที่ประชุม ก.ตร.ในครั้งนี้

สำหรับศูนย์ปราบปราบอาชญากรรมพิเศษและงานนโยบายสำคัญของ ตร. ที่มีชื่อตามหน้างานให้เหมาะสมกับยุคปัจุปัน มีถึง 19 ศูนย์ประกอบด้วย 1.) ศูนย์ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (ศปลป.ตร.), 2.) ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ศปน.ตร.), 3.) ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื่อเพลิง (ศนม.ตร.), 4.) ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ (ศปจร.ตร.), 5.) ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง (ศปอร.ตร.), 6.) ศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติ (ศปทส.ตร.), 7.) ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศอ.ปส.ตร.), 8.) ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และปราบปรามการค้ามนุษย์ (ศพดส.ตร.), 9.) ศูนย์บริหารงานป้องกันปราบปราม (ศปป.ตร.), 10.) ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.)

11.) ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง (ศตปค.ตร.), 12.) ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง (ศปข.ตร.), 13.) ศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.), 14.) ศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.ตร.), 15.) ศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) (ศบตอ.ตร.), 16.) ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและคนเข้าเมือง (ศปชก.ตร.), 17.) ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ศปปง.ตร.), 18.) ศูนย์บริหารงานสอบสวนคดีอาญา (ศส.ตร.) และ 19.) ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)