นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) หลังออกมาระบุว่าตัวเองไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น ว่า ไม่ได้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นเครื่องดูดฝุ่นแต่อย่างใด เพราะเครื่องดูดฝุ่นจะทำงานอะไรก็เสมอต้นเสมอปลาย ดังนั้นคนพูดกลับไปกลับมาคงไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่นแน่นอน ดังนั้นจะเทียบแบบนี้ก็คงไม่ใช่

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ พล.อ.ประยุทธ์และคนใกล้ตัว เดินสายคุยกับเหล่านักการเมืองและดึงนักการเมืองเข้าโดยมอบหมายตำแหน่งเพื่อมาช่วยงานรัฐบาล เป็นการสะท้อนว่า คสช. กำลังเดินหน้าดูดนักการเมืองหรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ถ้าย้อนกลับไปพิจารณาดู แล้วถามว่า คำพูดเหล่านั้นน่าเชื่อถือขนาดไหน คนทั่วไปแม้ไม่ได้เป็นผู้บริหารระดับประเทศ ความเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากเราพูดอะไรไม่น่าเชื่อถือ ต่างชาติถือกันมากว่า เป็นคนไม่มีเครดิต

“ดังนั้น สิ่งที่คุณทำแล้วบอกไม่ได้ทำ ถือเป็นการโกหก และคนที่โกหกมักจะไม่มีอนาคต เพราะไม่มีใครเชื่อถือว่า คุณจะพูดความจริงเมื่อใด นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศก็เช่นกัน ถ้าผู้นำพูดไปแล้วว่า จะทำแบบนี้แล้วไม่ทำ เขาก็ไม่เชื่อมั่น ประเทศจะเป็นอย่างไรในอนาคต” นายพงษ์เทพ กล่าว

นายพงศ์เทพ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์เอง หากดูพฤติกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จะเห็นได้ว่าสิ่งที่บอกว่าจะต้องยึดอำนาจด้วยเหตุนั้นเหตุนี้ ความจริงแล้วเป็นอย่างนั้นหรือไม่ จริงๆ แล้วทำเพื่อส่วนรวมหรือเพื่อส่วนตัว มองว่าพฤติการณ์ต่างๆ ที่ท่านทำมา หลังๆ ไปคนไทยก็จะสรุปได้เองว่าคนที่พูดอย่างนี้ หรือทำอย่างนี้ อะไรเป็นอย่างไร ซึ่งรวมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นอนาคตด้วย

“อย่างที่บอกว่าสิ่งที่ท่านเคยพูดมาในอดีตกลายเป็นสิ่งที่เชื่อถือไม่ได้แล้ว จะไปให้น้ำหนักหรือไปสนใจอะไรกับคำพูดของท่านอีก จะมานั่งวิเคราะห์อะไรก็เสียเวลาเปล่าๆ”

ในกรณีเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวว่า ความพยายามดูดนักการเมืองเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลเพื่อวางงานสืบทอดอำนาจเป็นประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจ แต่ประวัติศาสตร์บอกเราว่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ของใหม่ และตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีเผด็จการคณะใดประสบความสำเร็จด้วยวิธีนี้  และเชื่อว่าคนยุคนี้ส่วนใหญ่รู้เท่าทัน ในที่สุดจะดูดไปได้แต่นักการเมือง ขณะที่คะแนนเสียงของประชาชนจะไปอีกทาง เกมดูดนักการเมืองของอำนาจเผด็จการจึงน่าจับตาแต่ไม่น่ากังวล

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สิ่งที่สังคมไทยควรสรุปบทเรียนคือเกมที่นักการเมืองใช้ดูดอำนาจเผด็จการเข้ามาเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม เพราะมีความซับซ้อนแยบยล สร้างความเสียหายต่อประชาธิปไตยมากกว่า สถานการณ์วันนี้ต้องดูให้ชัดว่า พรรคที่พากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจอยู่ตอนนี้เพราะมีจุดยืนเรื่องประชาธิปไตย หรือผิดหวังไม่ได้ดั่งใจกับเผด็จการ ถ้าเป็นแบบหลังก็เป็นไปได้ว่าในอนาคตจะเป็นไส้ศึกให้คณะรัฐประหารอีก

“เผด็จการเต็มรูปแบบ เมื่อดูดประชาชนไม่ได้สุดท้ายก็ต้องไป จะบอบช้ำแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจช่วงสำคัญ แต่ฝ่ายการเมืองประเภทดูดเผด็จการจะกลายร่างได้ วันหนึ่งเคยเปิดประตูให้ อีกวันก็จะปิดประตูใส่ ท่าทีขึ้นอยู่กับความสมประโยชน์ทางการเมือง” นายณัฐวุฒิ กล่าว