แฉอีกชุดความจริงเลี้ยงไข้ไฟใต้ มวลชนถูกใช้เป็นเครื่องมือถลุงงบฯ กดให้โง่ ปกครองง่าย ดึงเป็นแนวร่วม                                 

15

นับแต่ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาค 4 จุดพลุประเด็นโรงเรียนปอเนาะและตาดีกา บางแห่งบ่มเพาะและสอนไปในทางที่ผิด อยากให้กระทรวงศึกษาธิการเข้าไปตรวจสบ กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เป็นที่ถูกอกถูกใจของสุจริตชนทั้งไทยพุทธและมุสลิม ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้


         
เนื่องจากตรงกับความเป็นจริงที่คนในพื้นที่รับทราบเป็นอย่างดี แต่ไม่สามารถที่จะร้องแรกแหกกระเชอ ให้ผู้มีอำนาจได้ยินแล้วเข้ามาแก้ไขได้ เพราะหน่วยงานรัฐทุกภาคส่วนและผู้นำองค์กรที่เกี่ยวข้องกับศาสนาส่วนใหญ่อิงแอบกับผลประโยชน์จากงบประมาณนับแสนล้านที่ถูกจัดสรรลงไป
         
ผลสะท้อนปัญหาที่ตรงความจริงของ พล.ท.นรธิป ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย ต้องบินลงมาหย่าศึก กับแกนนำของโรงเรียนปอเนาะฯ ที่บ้านนายวันมูหะมัดนอร์มะทา นักการเมืองรุ่นลายคราม ที่นายอนุทิน ตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
         
นับแต่วันแต่วันหย่าศึกเป็นต้นมา ไฟใต้ยังคุโชนเหมือนเดิม บางจังหวะหนักถึงขั้นยิงทหาร ตำรวจ บาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ผลที่ พล.ท.นรธิป พูด  มีอินฟูลเอนเซอร์  เกาะติดปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกมาแสดงความเห็นอย่างเปิดเผย สะท้อนชุดความจริงอีกชุดหนึ่งที่ประชาชนทั่วไปอยู่นอกพื้นที่แทบจะไม่ได้รับรู้ว่างบประมาณที่เสียภาษีถูกถลุงอย่างไร

     
ขอยกชุดความจริงจาก เพจเสธจักร วาทกิจ ให้ความเห็นเชิงสนับสนุนความเห็นของ พล.ท.นรธิป ว่าต้นตอไฟใต้ คือโรงเรียนสอนศาสนาบางแห่ง งบฯอุดหนุนปีละ 4,000 ล้านบาทสำหรับเด็กสามแสนคนแต่ไปไม่ถึงมือเด็ก จากเด็กจบม.6 ปีละ 30,000 คน มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้เรียนต่อ อีก 90,000 กว่าคนกลายเป็นแรงงานไร้ฝีมือ
   
เสธจักร วาทกิจ ตั้งคำถามว่าเงินจำนวนมหาศาลหายไปไหน พร้อมแจกแจงว่า เงินเข้าสู่วงจรอุบาทว์มี 3 วงจร คือ 1.โกงเงินดื้อๆ มีทั้งบัญชีผีนักเรียนทิพย์ แจ้งยอด 1,000 คน มีจริง 700 คน โกงงบฯอาหารกลางวันเข้าบัญชีส่วนตัว 2.ขุดรีดแม่พิมพ์ รัฐให้เงินเดือนครู 15,000 บาท แต่ถูกบังคับให้กดเงินสดมาคืนโรงเรียน 7,000 บาท สวมสิทธิ์ครูเอาคนไม่มีวุฒิฯมาสอน และ 3.การศึกษาที่กลวงเปล่าชั่วโมงเรียนวิชาสามัญหายไป 500 ชั่วโมง เด็กเรียนภาษามลายูแต่แบบเรียนเป็นภาษาไทย เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ผ่านไปสิบปี เด็กอ่านออกเขียนได้มีเพียง 49 เปอร์เซ็นต์
         
“ผลลัพธ์คือเด็กพวกนี้หลุดจากระบบแล้วเข้ากรุงเทพฯ ไปเป็นรปภ. เป็นกรรมกร ทำงานได้ไม่นานถูกไล่ออก เพราะสื่อสารภาษาไทยไม่รู้เรื่อง กลับบ้านเกิดความชอกช้ำ ไร้เงิน ไร้อนาคต เกิดความคับแค้นใจถูกคนบางกลุ่มเอาไปปลุกปั่นให้เกลียดชังรัฐ ทั้งที่ความจริงแล้วเขาคือเหยื่อของการทุจริตคอรัปชั่นของคนในพื้นที่ด้วยกันเอง”เสธจักร ระบุพร้อมเชิญชวนว่าถึงเวลาแล้วที่จะทวงคืนชีวิตให้เด็กใต้แล้ว ขอให้ประชาชนช่วยเป็นกำลังใจให้แม่ทัพภาค 4  
         
ขณะที่เพจสามจังหวัดชายชายแดนใต้ โดยอินฟูลเอนเซอร์ เป็นชาวไทยมุสลิมบอกว่าเอาความจริงมาพูดกันดีกว่าพร้อมตั้งคำถามไปยังกลุ่มโจรใต้ที่เป็นมุสลิมว่ารัฐบาลไทยเขากดขี่อะไรเหรอเห็นพูดอ้อมโลกไปต่างๆนานา อ้างศาสนาสุดท้ายเงื่อนไขมีข้อเดียวคือต้องการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งให้ไม่ได้และผมในฐานะไทยมุสลิมก็ให้ไม่ได้
           
อินฟลูฯบอกต่อว่า”นับความเป็นมลายูอิสลามเป็นพี่น้องร่วมศาสนา แต่พวกมีแนวคิดเป็นแบ่งแยกดินแดนไม่สามารถนับเป็นเพื่อนร่วมชาติ ถ้าสักวันเกิดรบกันจริง จะอาสาในฐานะความเป็นไทยมุสลิม ไม่ใช่เป็นอิสลามแล้วไปต่อสู้กับพวกคุณ ผมต่อสู้เพื่อความถูกต้องที่ปัจจุบันไมใช่ในอดีต” 
           
“ขอถามว่ารัฐบาลไทยข่มเหงรังแกคน 3 จังหวัดตรงไหน ภาษีที่เก็บได้จาก 3 จังหวัดอยู่ที่โหล่แต่งบประมาณอยู่ระดับต้นๆ ใช้งบประมาณลงไปเยอะมากแบบนี้ยังเรียกว่ากดขี่อีกเหรอ”อินฟลูฯระบุและว่าถึงอย่างไรก็ไม่จบ เพราะพวกคุณไม่มีแนวคิดอื่นใดเลย พยายามเอาศาสนาเป็นเครื่องมือแล้วตัดสินทุกอย่างที่ตัวเองไม่ชอบ พอตัดสินด้วยศาสนาอ้างสารพัดแล้วปิดปากคนมุสลิมได้แต่ปิดปากผมไม่ได้
             
“คนที่เป็นมุสลิมใน 3 จังหวัดฯส่วนใหญ่ถูกกดขี่ แต่ไม่ใช่รัฐบาลไทย แต่กดขี่โดยกลุ่มพวกคุณ ถ้ากลุ่มพวกคุณยุติธรรมจริงตามที่พูด ไปแอบๆหลบๆซ่อนๆทำไม เพราะสิ่งที่พวกคุณทำผิดกฎหมายทั้งนั้น เขาเรียกให้ออกมาเจรจาทุกวัน แต่ยังใช้วิธีที่อยู่หลับหลังฝากไว้ให้คิด ไม่อยากเป็นศัตรูกับพวกคุณ แต่ถ้าพวกคุณอยากแบ่งแยกดินเดน ผมเป็นไทยมุสลิมก็ให้คุณไม่ได้เหมือนกัน”อินฟลูฯระบุ

       
จากเนื้อหาที่ยกมานำเสนอฟันธงได้เลยว่าการทุจริตแทรกอยู่ในทุกมิติ ด้วยการใช้ความเป็นความตายของชาวบ้าน เยาวชน เป็นเครื่องมือ จึงพอสรุปแบบรวบรัดว่า กดให้โง่ ปกครองง่าย ดึงเป็นแนวร่วมไว้สร้างสถานการณ์
       
จึงไม่แปลกที่ตลอดเวลากว่า 20 ปี ยังไร้อัศวินขี่ม้าขาวมาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
   
แต่ ณ เวลานี้มี  พล.ท.นรธิป ที่กล้าพูดความจริงถึงต้นตอของปัญหา น่าจะเป็นความหวังที่จะทำให้ไฟใต้มอดดับได้ระดับหนึ่ง ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นเป็นอัศวินขี่ม้าขาว แต่ได้ปลุกให้สุจริตชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้เห็นเค้าว่าการแก้ปัญหากำลังเดินมาถูกทาง !!!

– พยัคฆ์น้อย ๑๐๙-