เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2564 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการประจำ สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ประจำ ตร.) และรักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (รรท.ผบก.ภ.จว.ชลบุรี) ได้มีคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน โดยในคำสั่งระบุว่า ด้วย ดาบตำรวจ กิตติพัทธ์พันธ์แก้ว ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ในเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิดและถูกดำเนินคดีอาญา โดยถูกกล่าวหาว่า เป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายเสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจ ต้อง กระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น,ร่วมกันกรรโชกทรัพย์, เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ เอาตัวบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีไปโดยใช้กำลังประทุษร้ายอำนาจครอบงำ ผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใด หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด และซ่องโจร ตามคดีอาญาของสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ที่ 1951/2564 ลงวันที่ 1 กันยายน 2564 และตามคดีอาญาของสถานีตำรวจภูธรหนองปรือ ที่ 918/2564 ลงวันที่ 4 กันยายน 2564

จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหา ถูกดำเนินคดีอาญา เป็นเหตุให้พักราชการได้ ถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในราชการอาจเกิดความเสียหายแก่ราชการและได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าการสอบสวนพิจารณาคดีที่เป็นเหตุให้สั่งพักราชการนั้น จะไม่แล้วเสร็จโดยเร็วตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ2547 ข้อ 3 (1 )ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 95 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบกับ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ข้อ 8
ให้ ดาบตำรวจ กิตติพัทธ์พันธ์แก้ว ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2564,เป็นต้นไป อนึ่งผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำสั่งนี้ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.ตร. ได้ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 105 ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งและหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือภายใน 90 วันนับแต่วันพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอทราบผลการวินิจฉัยอุทธรณ์ สั่ง ณ วันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2564 คำสั่งดังกล่าวระบุ

สาเหตุที่มีคำสั่งดังกล่าว จากกรณีที่มีกลุ่มคนร้ายอ้างตัวเป็นตำรวจ อุ้มหญิงสาว 2 คน ขังกรงปล่อยพิบูลเฝ้า ขู่รีดเงิน ก่อนปล่อยตัวออกมา จนทำให้ผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ และตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 5 ราย ไปก่อนหน้านี้
ซึ่งต่อมามี น.ส.หมวย (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เหยื่ออีกรายของแก๊งตำรวจเก๊อุ้มรีดเงินได้เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่าน ตนและแฟนหนุ่มก็ถูกแก๊งดังกล่าวก่อเหตุลักษณะเดียวกัน โดยมีดาบตำรวจนายหนึ่งเป็นหัวหน้า ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (4 ก.ย.64 ) พ.ต.อ.ธนาวุฒิ จงจิระ รอง ผบก.ชลบุรี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง ผกก.สภ.หนองปรือ เจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐาน 2 จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมจับกุมตัว นายเบส อายุ 35 ปี หนึ่งในผู้ต้องหา มาตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านเขตพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อชี้จุดก่อเหตุ และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ประกอบสำนวนคดีตามคำให้การของผู้เสียหาย จากนั้น พ.ต.อ.ธนาวุฒิ ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว ดาบชัย บุคคลที่ น.ส.หมวย ให้การว่าเป็นหัวหน้าของขบวนการนี้ที่ลานจอดรถในคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านนาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนนำตัวขึ้นไปตรวจค้นในห้องพัก และนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.บางละมุง พร้อมตรวจยึดรถยนต์ส่วนตัวจำนวน 2 คัน มาตรวจสอบ

