หน้าแรกทั่วไทย"หมวดไวกิ้ง" ตำรวจหญิง นรต.72 ดัง! ชั่วข้ามคืน 'โชเชียล' แห่รัวกด Subscribe

“หมวดไวกิ้ง” ตำรวจหญิง นรต.72 ดัง! ชั่วข้ามคืน ‘โชเชียล’ แห่รัวกด Subscribe

วันที่ 27 สิงหาคม 2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร.ต.ท.หญิง ภัทรศยา ฤกษ์รัตน์ หรือ หมวดไวกิ้ง นักเรียนนายร้อยรุ่น 72 ทำหน้าที่นายตำรวจติดตาม พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดใจกับสื่อมวลชนหลังโด่งดังชั่วข้ามคืน ด้วยใบหน้าที่คมสวยทะลุแมส ทำเอาหลาย ๆ คนโฟกัสที่ตำรวจหญิงคนดังกล่าวขณะที่ฟังการแถลงข่าวคดี ผู้กำกับโจ้ ที่กองบังคับการปราบปราม เมื่อคืนที่ผ่านมา

‘หมวดไวกิ้ง’ เล่านาที ที่ได้เข้าไปถือโทรศัพท์ให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่า ตอนแรกก็ไม่ทราบว่าต้องไปถือโทรศัพท์ใกล้กับ ผบ.ตร.ขนาดนั้น เพราะทำหน้าที่เป็นนายตำรวจติดตาม โฆษก ตร.ปกติตอนแถลงข่าว แต่ว่าเมื่อคืนเกิดเหตุขัดข้อง คือ เสียงไมค์ไม่ดี ก่อนผู้บังคับบัญชาจะให้ไปช่วยแก้ไขปัญหาตนเองจึงขออนุญาต ผบ.ตร. ใช้ไมค์เอามาจ่อโฟนอินกับโทรศัพท์ ไม่รู้มาก่อนว่า จะมีคนสนใจและถือเป็นซีนแจ้งเกิด

ได้รับคำสั่งอะไรจากผู้บังคับบัญชาก็จะปฏิบัติตาม และแก้ไขปัญหาให้ราบรื่นไปให้ได้ ณ ตอนนั้นตนเองไม่ได้แสดงความสามารถอะไร แค่ไปช่วยแก้ไขปัญหา อยากจะให้โฟกัสที่การทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมากกว่า ส่วนที่มีคนดราม่าเล็กน้อยว่า เอาไปเป็นขาตั้งกล้องโทรศัพท์นั้น ส่วนตัวไม่ได้มองจุดนั้น แต่มองว่าสถานการณ์ผ่านมาได้อย่างราบรื่นก็คือจบแล้ว และอีกอย่างหนึ่ง ถ้าไม่ได้ทำวิธีนั้นด้วยสถานการณ์ที่กระชัดชิดเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาอย่างอื่นให้ดูดีหรือไฮเทคมากกว่านี้แล้ว

“ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิด ผบ.ตร. ที่สุดแล้ว ก็รู้สึกสงสารท่าน ผบ.ตร.มากเหมือนกัน เพราะตัวเหม็นมาก ทำงานมาทั้งวัน” หมวดไวกิ้งกล่าว

นอกจากนี้ ‘หมวดไวกิ้ง’ ยังเผยไลฟ์สไตล์ส่วนตัวว่า จะเน้นทำงานและก็เรียนอย่างเดียว งานส่วนมากก็ตาม โฆษก ตร.รายงานภารกิจ ประสานงานกับสื่อมวลชน เน้นเรียนอ่านหนังสือ แต่มีเวลาว่างไม่ได้ทำงานก็จะชอบร้องเพลง

ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่มีญาติ พี่ น้องเป็นข้าราชการตำรวจ และเป็นลูกสาวคนเดียว ที่เลือกมารับราชการตำรวจ เพราะตอนเด็ก ๆ ได้คลุกคลีและใกลิชิดกับตำรวจเยอะ และได้รับรู้มาตลอดว่า ตำรวจไม่ได้มีภาพลักษณ์ที่ดีมาแต่แรก จึงใฝ่ฝันว่า ถ้าได้เป็นตำรวจจะทำให้ดี อยากเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่จะได้เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์อะไรบ้าง ส่วนแว็บแรกที่คิดอยากจะเป็นตำรวจนั้น เกิดขึ้นก่อนที่จะเรียนมัธยมแล้ว รู้สึกว่าแม้เป็นอาชีพที่คนด่าเยอะ แต่เป็นเด็กที่ชอบ เพราะชอบอะไรที่ท้าทายเป็นตัวของตัวเอง ส่วนเป้าหมายในอาชีพตำรวจหลังจากนี้เห็นว่า “อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน แต่จะทำปัจจุปันให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะได้รับคำสั่งอะไรมาก็จะทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดทั้งเรื่องงานและเรื่องเรียน พร้อมเผยว่า ตนเองเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่เป็นตำรวจและรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นตำรวจ ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นการทำหน้าที่ที่เกี่ยวกับภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรงก็จะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img