คูโบต้า ชูแนวคิด “ปลูกรอด เปลี่ยนโลก” ผสานนวัตกรรม-พลังเครือข่ายเกษตรกรเดินหน้าภารกิจดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “KUBOTA Forest For Life” ปักหมุดปลูกต้นไม้ 50,000 ต้น ภายในปี 2571

บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินหน้าสานต่อโครงการ KUBOTA FOREST FOR LIFE “คูโบต้าร่วมใจปลูกต้นไม้สร้างพื้นที่สีเขียว” ภายใต้แนวคิด “ปลูกรอด เปลี่ยนโลก” พร้อมนำโซลูชันและนวัตกรรมของคูโบต้าในการปลูกต้นไม้ ร่วมมือกับเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ในการดูแลต้นไม้ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยเริ่มปลูกแห่งแรก ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มหน่อไม้ฝรั่งปลอดภัยบ้านปลวกสูง จังหวัดลพบุรี มุ่งสู่เป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียว 50,000 ต้น ทั่วประเทศภายในปี 2571
นายรัชกฤต สงวนชีวิน ผู้จัดการฝ่าย Sustainability Development บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของโลก ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่แปรปรวน ภัยธรรมชาติที่เกิดถี่ขึ้น หรือทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญและร่วมกันขับเคลื่อน หลายๆ องค์กรทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับแนวคิด Nature Positive ที่ไม่ได้มุ่งเพียงแค่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมุ่งหยุดยั้งการสูญเสีย และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับมาอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

สำหรับสยามคูโบต้า เราเชื่อว่าการปลูกต้นไม้ถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ไม่เพียงแค่การปลูก สิ่งที่สำคัญคือการรักษาต้นไม้ให้อยู่รอดและสามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนได้ จึงเป็นที่มาของโครงการ KUBOTA Forest For Life ภายใต้แนวคิด “ปลูกรอด เปลี่ยนโลก” ที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่เพิ่มจำนวนต้นไม้ แต่ต้องการดูแลให้ต้นไม้เหล่านั้นเติบโต แข็งแรง อยู่รอดได้ในระยะยาว เพราะเมื่อปลูกรอดต้นไม้ทุกต้นจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง
โดยได้นำวิธีการเพาะปลูกผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร เข้ามาใช้เพื่อช่วยในกระบวนการเพาะปลูกเพื่อให้ต้นไม้อยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเริ่มตั้งแต่ ขั้นตอนการวิเคราะห์พื้นที่การเพาะปลูก วิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ประเมินแหล่งน้ำและค่า Electrical Conductivity (EC) เพื่อวางแผนการปลูกและดูแลรักษาอย่างถูกวิธี อีกทั้งเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่และคุณสมบัติช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี ขั้นตอนการปรับพื้นที่ เคลียร์พื้นที่ ปรับภูมิทัศน์ โดยใช้แทรกเตอร์คูโบต้าและอุปกรณ์ต่อพ่วง (เครื่องตัดหญ้า, ผานพรวน และใบมีดดันดิน) และรถขุดขนาด 3 ตันหรือ 5 ตัน, ขั้นตอนการเพาะปลูก ได้นำเครื่องจักรกลมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่เพื่อทดแทนแรงงานคนและช่วยประหยัดเวลา โดยใช้เครื่องจักรกลที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ง่าย สามารถขุดหรือเจาะหลุมปลูกได้ตามขนาดมาตรฐาน ขนาดหลุมมีความสม่ำเสมอ ทำให้ควบคุมคุณภาพในการปลูกได้ ง่ายต่อการดูแลรักษา รวมถึงช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี ขั้นตอนการดูแลรักษา มีการวางแผนใช้โดรนการเกษตร ฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์ หรือการให้ปุ๋ยทางใบ เพื่อลดการสัมผัสกับสารเคมี และกำจัดวัชพืชด้วยการใช้แทรกเตอร์ติดตั้งเครื่องตัดหญ้า พร้อมกันนี้ยังมีกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรที่เข้มแข็งในพื้นที่ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการดูแลต้นไม้เหล่านี้ให้เติบโตต่อไปในระยะยาว
โดยปลูกจุดแรก ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มหน่อไม้ฝรั่งปลอดภัยบ้านปลวกสูง จังหวัดลพบุรี จำนวน 600 ต้น และตั้งเป้าหมายในการสร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่มจำนวนต้นไม้ให้กับประเทศไทย 50,000 ต้น ภายในปี 2571 บนพื้นที่ของเครือข่ายเกษตรกรและพันธมิตรของสยามคูโบต้า ไม่ว่าจะเป็นโครงการชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า และโครงการคูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ

ด้าน นายมานพ ต้นหนองสรวง ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหน่อไม้ฝรั่งปลอดภัยบ้านปลวกสูง ในโครงการคูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ กล่าวว่า กลุ่มฯ ให้ความสำคัญกับการทำเกษตรควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด จึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ KUBOTA Forest For Life ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของชุมชน สำหรับพื้นที่แห่งนี้พวกเราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเพียงพื้นที่ปลูกต้นไม้ แต่ต้องการพัฒนาให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่สร้างความร่มรื่น เป็นแหล่งพักผ่อน และเป็นประโยชน์ต่อคนในชุมชนในระยะยาว
สยามคูโบต้าเชื่อว่าต้นไม้ที่เราร่วมกันปลูกในวันนี้ จะไม่เพียงเติบโตเป็นร่มเงาแห่งความร่มรื่นแต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืนให้กับสังคม เพื่อส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป

