“รองจ๋อ” แกะรอยแก๊งสแกมเมอร์ รวบ 3 ผู้ต้องหา ลวงขายโกคาร์ททิพย์ เงินไหลบัญชีม้า-ตระเวนกด ATM

23
LEADTOOLS v20.0

“รองจ๋อ” นำทีม ศอ.ปส.บช.น. แกะรอยจากคดียาเสพติดออนไลน์ ก่อนสาวถึงขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ ลวงเหยื่อผ่าน TikTok อ้างขายโกคาร์ทราคาถูก แต่ “มีแต่คลิป ไม่มีของ” เงินไหลเข้าบัญชีม้า ก่อนส่งม้าสายถอนตระเวนกดเงินแบบไม่ใช้บัตร รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดยาไอซ์-เคตามีน เงินสด และสลิปธุรกรรมจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานยาเสพติด นำกำลัง ศอ.ปส.บช.น. สืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดออนไลน์ ก่อนพบเบาะแสเชื่อมโยงไปถึงขบวนการมิจฉาชีพหลอกขายสินค้าออนไลน์ จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ผู้ต้องหาประกอบด้วย นายบุณยวัฒน์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชรในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม และฟอกเงิน ซึ่งตรวจสอบพบประวัติถูกดำเนินคดีถึง 14 คดี พร้อมถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันมียาไอซ์ไว้ในครอบครองและเสพ


รายที่ 2 คือ น.ส.ลลิตา หรือ “อุ้ยอ้าย” อายุ 29 ปี ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันมียาไอซ์ไว้ในครอบครองและเสพ

ส่วนรายที่ 3 คือ น.ส.นาคตยา อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม และฟอกเงิน พร้อมถูกแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการครอบครองเคตามีนและรับไว้ซึ่งของต้องห้ามนำเข้าราชอาณาจักร


เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 บริเวณถนนพระราม 2 ซอย 47 เขตบางขุนเทียน ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ถูกจับกุมบริเวณถนนพุทธบูชา และผู้ต้องหาที่ 3 ถูกจับกุมภายในซอยประชาอุทิศ 33 แยก 10 การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจยึด ยาไอซ์ 3 ถุง เคตามีน 1 ถุง เงินสด 50,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และสลิปการถอน-ฝากเงินจำนวนมาก โดยในโทรศัพท์พบข้อมูลการสนทนาที่เชื่อมโยงกับคำสั่งให้ตระเวนทำธุรกรรมตามสถานที่ต่าง ๆ


จุดเริ่มต้นมาจากการสืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดย่านทุ่งครุ เจ้าหน้าที่พบชายหญิงคู่หนึ่งมีพฤติการณ์ถือเงินสดจำนวนมาก ตระเวนถอนเงินตามตู้ ATM หลายแห่ง ก่อนนำเงินไปฝากต่อ และมีการสนทนาทางโทรศัพท์ตลอดเวลา ลักษณะคล้ายได้รับคำสั่งจากบุคคลอื่น

ตำรวจจึงแกะรอยจนพบว่า ทั้งคู่ทำหน้าที่เป็น “ม้าสายถอน” ให้เครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศเมียนมา โดยรับคำสั่งจากระดับบอสให้ถอนเงินจากตู้ ATM แล้วรวบรวมเงินสดไปฝากเข้าบัญชีม้าตามคำสั่ง ระหว่างเข้าจับกุม นายบุณยวัฒน์กำลังกดเงินบริเวณตู้ ATM ขณะที่ น.ส.อุ้ยอ้ายซึ่งนั่งอยู่บนรถ เมื่อเห็นตำรวจเข้าควบคุมตัวฝ่ายชาย ได้กระโดดข้ามเบาะมาขับรถหลบหนีทันที เกิดการไล่ล่าบนถนน โดยฝ่ายหญิงขับฝ่าไฟแดงและเสียหลักชนรถประชาชนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนหลบเข้าไปในปั๊มน้ำมันย่านถนนพุทธบูชา แต่สุดท้ายถูกตำรวจติดตามจับกุมได้

จากการตรวจค้นรถพบยาไอซ์และอุปกรณ์เสพยา ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักในซอยประชาอุทิศ 33 แยก 10 พบ น.ส.นาคตยา พร้อมเคตามีนและสลิปธุรกรรมจำนวนมาก

ตำรวจพบว่าเครือข่ายดังกล่าวปรับรูปแบบการหลอกลวง จากเดิมที่มักหลอกเอาเงินก้อนใหญ่ มาเป็นการ “กินน้อย แต่กินนาน” ด้วยการเปิดเพจหรือช่อง TikTok ปลอม โพสต์ขายสินค้าราคาถูก โดยเฉพาะ “รถโกคาร์ท” ในช่องจะนำคลิปและภาพโกคาร์ทจากหลายแหล่งมาโพสต์ต่อเนื่อง ทั้งคลิปทดลองขับและภาพสินค้าหลายรุ่น ทำให้ดูเหมือนเป็นร้านค้าที่มีสินค้าจริง เมื่อเหยื่อสนใจและโอนเงินกลับไม่มีสินค้าส่งให้ “คลิปมีจริง แต่ของไม่มีจริง”

นอกจากโกคาร์ทแล้ว ยังพบการนำวิธีการเดียวกันไปใช้หลอกขายสินค้าอีกหลายประเภท โดยเงินที่เหยื่อโอนจะไหลเข้าบัญชีม้า จากนั้นม้าสายถอนจะตระเวนถอนเงินจากหลายพื้นที่ แล้วรวบรวมเป็นเงินสดก่อนนำไปฝากต่อผ่านตู้ CDM/ATM+ เพื่อเคลื่อนย้ายเงินไปยังเครือข่าย เจ้าหน้าที่พบว่าปลายทางเงินบางส่วนถูกนำไป ซื้อทองคำ ขณะที่ยังพบความเชื่อมโยงกับยาเสพติดเปลี่ยนเกม ใช้ QR กดเงินแทนบัญชีม้า

LEADTOOLS v20.0

พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า เครือข่ายสแกมเมอร์มีการปรับเปลี่ยนวิธีเคลื่อนย้ายเงิน โดยหันมาใช้การ ถอนเงินแบบไม่ใช้บัตร ผู้สั่งการจะส่ง QR Code หรือรหัสถอนเงินผ่าน Telegram หรือ LINE ให้ม้าสายถอนนำไปสแกนหรือกรอกรหัสที่ตู้ ATM แทนวิธีเดิมที่ต้องใช้บัญชีม้าหรือการสแกนใบหน้า

จากการตรวจสอบยังพบว่าบัญชีที่ผู้ต้องหาทั้งสองใช้ตระเวนทำธุรกรรม มีผู้เสียหายแจ้งความออนไลน์ไว้จำนวนมาก และมีรูปแบบการหลอกลวงคล้ายกัน
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า การสืบสวนจะไม่หยุดเพียงการจับบัญชีม้า แต่ต้องแกะรอยให้ถึงผู้ร่วมขบวนการว่าใครเป็นคนหลอก ใครเป็นคนถอน ใครรวบรวมเงิน และเงินถูกส่งต่อไปที่ใด เพื่อหยุดกลไกของเครือข่ายไม่ให้เปลี่ยนสินค้าและสร้างผู้เสียหายรายใหม่ พร้อมเตือนประชาชนให้ตรวจสอบผู้ขายและช่องทางการชำระเงินก่อนโอน โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาถูกผิดปกติ เพราะแม้ภาพหรือคลิปสินค้าจะมีอยู่จริง ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้โพสต์จะมีสินค้านั้นอยู่จริง นอกจากนี้ยังฝากเตือนผู้ที่รับเปิดหรือขายบัญชีให้ผู้อื่นว่า บัญชีอาจกลายเป็นเส้นทางเงินของผู้เสียหายจำนวนมาก และนำไปสู่ความผิดทางอาญาได้

ด้านนายบุณยวัฒน์ ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าเคยเดินทางไปทำงานเป็นสแกมเมอร์ในจังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำหน้าที่ในแก๊งหลอกลงทุนแบบ “ฟิวแฟน” หรือสร้างความสัมพันธ์กับเหยื่อก่อนชักชวนลงทุน โดยอ้างว่ามีความชำนาญในการหลอกเหยื่อ และได้รับทั้งเงินเดือนกับส่วนแบ่งจากยอดเงินที่หลอกได้ ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยและเข้ามาเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอีกครั้งจนถูกจับกุมดังกล่าว