ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค7 พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 นายสมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พร้อมชุดสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายนำชัย แซ่เตี๋ย อายุ 43 ปี อยู่บานเลขที่ 221/8 หมู่ 1 ต.เนินพระปรางค์ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี น.ส.ชนัญญา บุญเลิศ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/2 หมู่ 4 ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี และนายปัญญา แซ่ลิ้ม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ซอยเทียนทะเล20 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.โดยจับกุมได้ที่ห้องพักเลขที่ 298/28 และ 298/34 อาคาร 10 การเคหะแห่งชาติโครงการ เพชรเกษม 91 หมู่ 6 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พร้อมของกลางยาบ้า 178,134 เม็ด ยาไอซ์ 23.5 กิโลกรัม รถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ สีดำ ทะเบียน สห 2471 กทม. รถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนส์เงิน ทะเบียน ขท 6489 สงขลา รถยนต์เก๋ง ฮอนด้า แอคคอร์ด สีบรอนส์เงิน ทะเบียน 5 กฎ 9012 กทม. รถยนต์กระประ เชฟโรเลต 4 ประตู สีดำ ทะเบียน 2 กธ 7939 กทม. รถจยย. ฮอนด้า พีซีเอ็ก สีดำ ทะเบียน 1 กฒ 2387 สมุทรสาคร

พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา เปิดเผยว่า ตร.สืบทราบว่ามีการพักยาที่ ห้องพักการเคหะแห่งชาติโครงการ เพชรเกษม 91 หมู่ 6 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงวางแผนจับกุม เมื่อไปถึงไปซุ่มดูและพบนายนำชัย แซ่เตี๋ย ผู้ต้องหากำลังเดินเข้าห้อง จึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากการตรวจค้นในห้องพัก พบของกลางยาบ้าจำนวนมาก
นายนำชัย ผู้ต้องหารับว่า เคยซุกซ่อนยาไว้ถึง 3 ครั้งแล้ว ครั้งแรกเดือนมกราคม 2561 นางก๊ะว่าจ้างให้ไปรับยาบ้าที่ อ.ท่ามะกา 50 มัด ไปส่งที่ จ.ยะลา ครั้งที่สองเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นายบังว่าจ้างให้ไปรับยาที่เมืองทอง 90 มัด ไปส่งลูกค้าที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ตรัง และ จ.ปัตตานี ครั้งที่สามนายบังให้ไปรับยาบ้าที่เมืองทองธานี กทม .90 มัด ส่งลูกค้าที่ จ.พัทลุง จ.ปัตตานี และสุไหงโกลก ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 19 เมษายน ได้รับว่าจ้างจานายบัง ให้ไปรับยาไอซ์ จำนวน 26 กิโลกรัม มาเก็บไว้ที่ห้อง และนายบังได้ให้ไปรับยาบ้าคืนที่ จ.ยะลา จำนวน 89 มัด โดยได้รับค่าจ้างยาบ้ามัดละ 6,000 บาท ยาไอซ์ได้รับค่าจ้างกิโลละ 15,000 บาท

พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เผยต่ออีกว่า กลุ่มนี้เป็นตัวกลางในการขนยาเสพติดจากภาคเหนือ ภาคอีสาน ลงไปสู่ชายแดนใต้และส่งออกต่างประเทศ และกลุ่มชาวมุสลิม ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยาบ้าของกลางนี้จำนวนมากขายไม่ได้เพราะสีผิดสเปค ต่างประเทศไม่คุ้นเคย จึงถูกส่งตีกลับและมาอยู่ที่พักยาในห้องที่ถูกจับกุม เพื่อรอจำหน่ายไปยังเป้าหมายอื่น เช่นเขตกรุงเทพและปริมณฑล โดยเลี่ยงจับกุมใส่ไว้ในห่อชา และพันฟนอยส์สองชั้นเพื่อลบกลิ่นและคุณภาพยา หากส่งออกสู่ตลาดจะมีมูลค่ามากกว่า 40 ล้านบาท

ตำรวจภูธรภาค7 ตำรวจภูธรภาค7 ตำรวจภูธรภาค7