‘รอง ผบ.ตร’ ลุย จับ ยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด-ยาไอซ์ 23 กิโล!

4680

ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค7 พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 นายสมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พร้อมชุดสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายนำชัย แซ่เตี๋ย อายุ 43 ปี อยู่บานเลขที่ 221/8 หมู่ 1 ต.เนินพระปรางค์ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี น.ส.ชนัญญา บุญเลิศ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/2 หมู่ 4 ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี และนายปัญญา แซ่ลิ้ม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ซอยเทียนทะเล20 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.โดยจับกุมได้ที่ห้องพักเลขที่ 298/28 และ 298/34 อาคาร 10 การเคหะแห่งชาติโครงการ เพชรเกษม 91 หมู่ 6 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พร้อมของกลางยาบ้า 178,134 เม็ด ยาไอซ์ 23.5 กิโลกรัม รถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ สีดำ ทะเบียน สห 2471 กทม. รถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนส์เงิน ทะเบียน ขท 6489 สงขลา รถยนต์เก๋ง ฮอนด้า แอคคอร์ด สีบรอนส์เงิน ทะเบียน 5 กฎ 9012 กทม. รถยนต์กระประ เชฟโรเลต 4 ประตู สีดำ ทะเบียน 2 กธ 7939 กทม. รถจยย. ฮอนด้า พีซีเอ็ก สีดำ ทะเบียน 1 กฒ 2387 สมุทรสาคร

พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา เปิดเผยว่า ตร.สืบทราบว่ามีการพักยาที่ ห้องพักการเคหะแห่งชาติโครงการ เพชรเกษม 91 หมู่ 6 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงวางแผนจับกุม เมื่อไปถึงไปซุ่มดูและพบนายนำชัย แซ่เตี๋ย ผู้ต้องหากำลังเดินเข้าห้อง จึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากการตรวจค้นในห้องพัก พบของกลางยาบ้าจำนวนมาก
นายนำชัย ผู้ต้องหารับว่า เคยซุกซ่อนยาไว้ถึง 3 ครั้งแล้ว ครั้งแรกเดือนมกราคม 2561 นางก๊ะว่าจ้างให้ไปรับยาบ้าที่ อ.ท่ามะกา 50 มัด ไปส่งที่ จ.ยะลา ครั้งที่สองเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นายบังว่าจ้างให้ไปรับยาที่เมืองทอง 90 มัด ไปส่งลูกค้าที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ตรัง และ จ.ปัตตานี ครั้งที่สามนายบังให้ไปรับยาบ้าที่เมืองทองธานี กทม .90 มัด ส่งลูกค้าที่ จ.พัทลุง จ.ปัตตานี และสุไหงโกลก ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 19 เมษายน ได้รับว่าจ้างจานายบัง ให้ไปรับยาไอซ์ จำนวน 26 กิโลกรัม มาเก็บไว้ที่ห้อง และนายบังได้ให้ไปรับยาบ้าคืนที่ จ.ยะลา จำนวน 89 มัด โดยได้รับค่าจ้างยาบ้ามัดละ 6,000 บาท ยาไอซ์ได้รับค่าจ้างกิโลละ 15,000 บาท

พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เผยต่ออีกว่า กลุ่มนี้เป็นตัวกลางในการขนยาเสพติดจากภาคเหนือ ภาคอีสาน ลงไปสู่ชายแดนใต้และส่งออกต่างประเทศ และกลุ่มชาวมุสลิม ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยาบ้าของกลางนี้จำนวนมากขายไม่ได้เพราะสีผิดสเปค ต่างประเทศไม่คุ้นเคย จึงถูกส่งตีกลับและมาอยู่ที่พักยาในห้องที่ถูกจับกุม เพื่อรอจำหน่ายไปยังเป้าหมายอื่น เช่นเขตกรุงเทพและปริมณฑล โดยเลี่ยงจับกุมใส่ไว้ในห่อชา และพันฟนอยส์สองชั้นเพื่อลบกลิ่นและคุณภาพยา หากส่งออกสู่ตลาดจะมีมูลค่ามากกว่า 40 ล้านบาท

ตำรวจภูธรภาค7 ตำรวจภูธรภาค7 ตำรวจภูธรภาค7