หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม“สว.ศานิตย์” ชี้แนะถ้า ‘พงส.’ และ ‘ผู้บังคับบัญชา’ จริงใจแก้ปัญหาการฆ่าตัวตายได้ทันที

“สว.ศานิตย์” ชี้แนะถ้า ‘พงส.’ และ ‘ผู้บังคับบัญชา’ จริงใจแก้ปัญหาการฆ่าตัวตายได้ทันที

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (อดีต ผบช.น.) ได้เผยแพร่บทความผ่านทาง โซเชียลใลน์ ชื่อบทความ “เล่าสู่กันฟัง” มีใจความว่า “พนักงานสอบสวนกับการฆ่าตัวตาย” ช่วงวัน สองวันที่ผ่านมามีข่าวเศร้าเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของ พงส. เป็นประเด่นร้อนขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งนี้ก่อนหน้านี้หลายปีที่ผ่านมาก็มีข่าวทำนองนี้เกิดขึ้น หลายคนอาจจะวิพากวิจารณ์ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นกันอย่างหลากหลายแต่สุดท้ายก็ยังมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอยู่หากไม่มีการแก้ไขสาเหตุที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงในอนาคตก็คงจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

ผมเองในฐานะที่เคยรับราชการตำรวจกว่า 40 ปี และอยู่ในสายงานสอบสวนมาโดยตลอด ตั้งแต่เป็นผู้ปฏิบัติระดับ รองสารวัตร ผู้ควบคุมการปฏิบัติจนถึงระดับผู้บัญชาการ และเคยได้รับโล่พร้อมเกียรติบัตรจากกรมตำรวจ (ในขณะนั้น) ในฐานะพนักงานสอบสวนดีเด่นระดับรองสารวัตร (รอง สวส.) และ สารวัตร (สวส.) จึงจะขอเล่าถึงประสบการณ์บางส่วนให้ฟังเพื่อเป็นข้อคิดนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายของพนักงานสอบสวน และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการอำนวยควายยุติธรรมอย่างแท้จริง ดังนี้

หลังจากที่ผมจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจเมือปี พ.ศ.2524 ผมได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รอง สวส. สภ.อ.เมืองแห่งหนึ่ง ทำหน้าที่ร้อยเวรเวรสอบสวนอยู่  ปีการเข้าเวรในสมัยนั้นจะเป็น 24 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 08.00 น. และไปออก 08.00 น. ของอีกวัน บางครั้งมีพนักงานสอบสวนเหลืออยู่ 2 คนก็มีบางครั้งตั้งแต่เข้าเวรจนถึงออกเวรแทบไม่ได้นั่งเก้าอี้ร้อยเวร เนื่องจากมีคดีเกิดขึ้นตลอด เช่นบางครั้งไปดูที่เกิดเหตุคดีรถชนมีผู้บาดเจ็บนำสงโรงพยาบาล ขณะที่ไปพบผู้บาดเจ็บเพื่อสอบสวนเบื้องต้นและทำใบส่งตัวให้แพทย์รักษาเพื่อลงความเห็น ขณะเดียวกันก็มีการหามคนเจ็บถูกแทงอาการปางตายมาส่งที่โรงพยาบาล ผมก็ต้องไปซักถามแล้วรีบลงไปตรวจที่เกิดเหตุดังกล่าว ส่วนการรับแจ้งความนั้น มีบางคนจะมาแจ้งความก็ต้องรอมาแจ้งความเวรผม เพราะมีความเชื่อว่ามาแจ้งแล้วมักจะได้ผลดี กล่าวคือ สอบสวนรวดเร็ว ได้รับความเป็นธรรม วิ่งเต้นคดีไม่ได้ ผู้กระทำผิดมักติดคุกทุกราย “ไอ้เพราะเรื่องที่วิ่งเต้นคดีไม่ได้นี้เอง” หลายครั้งผมจึงถูก ผู้บังคับบัญชา กดดันและหาเรื่องกลั่นแกล้ง ซึ่งผมเองก็อดทนมาตลอด

เรื่องนี้ผมจะขอยกตัวอย่างสักหนึ่งเรื่อง คือ มีคดีหนึ่งเป็นคดียิงกันปางตาย เหตุเกิดใน สถานบันเทิงแห่งหนึ่งมีการแสดงดนตรี มีการดื่มกิน เต้นรำแล้วบังเอิญไปเหยียบเท้ากัน ทันใดนั้นผู้ต้องหาก็ชักปืนยิงคนเหยียบเท้าต่อหน้าคนมากมาย ผมจึงรีบไปที่เกิดเหตุแล้วจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีในทันทีหลังจากนั้นไม่นาน สารวัตรใหญ่ (สวญ.) ก็เรียกผมไปพบขอให้ช่วยสั่งไม่ฟ้อง แต่ผมได้ตอบปฏิเสธ ท่านคงโกรธผมจึงสั่งผมว่า “มึงไปเอาสำนวนทั้งหมดที่มึงมีอยู่เอามาให้กูตรวจเดียวนี้” ผมจึงได้นำสำนวนของผมในขณะนั้นซึ่งมีอยู่กว่า 60 สำนวนมาให้ท่านที่โต๊ะทำงาน หลังจากนั้นผมก็กลับไปเข้าเวรของผมต่อไป

ในช่วงเย็นวันนั้น สวญ. ก็แต่งชุดนอกเครื่องแบบมาจอดรถที่บริเวรเสาธงหน้าโรงพักถามหาว่า ร้อยเวรอยู่โรงพักหรือไม่ สิบเวรรายงานว่าอยู่ ซึ่งผมเข้าใจว่า ท่านคงมาจับผิดผมเพราะปกติหลัง 18.00 น. หากไม่มีภารกิจอะไร ร้อยเวรมักจะไปอาบน้ำทานข้าวที่บ้านพักหลังสถานีตำรวจซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน เพราะสถานีตำรวจเมื่อสมัยก่อนจะไม่มีห้องอาบน้ำ ร้อยเวรมักจะไปอาบน้ำที่บ้านพัก แต่ในวันนั้นผมคาดการอยู่แล้วจึงลอดตัวไป…55 ซึ่งนับแต่  สวญ. เอาสำนวนผมไปกว่า 2 สัปดาห์ก็ไม่ได้มีการตรวจสำนวนแต่อย่างใด  ผมมีความจำเป็นที่จะต้องทำสำนวนต่อจึงเข้าไปเอาสำนวนมาเองโดยลำพัง ไม่ได้บอก สวญ. แต่อย่างใด

ครั้นเมื่อผมมาเป็น สวส. สวส. หัวหน้างาน รอง ผกก. สส. และ ผกก. ผมให้ความสำคัญกับพนักงานสอบสวน จึงได้มีการตรวจสำนวน ประชุมชี้แจงและเปิดโอกาสให้พนักงานสอบสวนได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาและวางแนวทางการปฏิบัติเป็นประจำทุกสัปดาห์ บางครั้งมีระเบียบ คำสั่ง และคำพิพากษาฎีกาใหม่ ๆ ผมก็จะมาชี้แจ้งทำความเข้าใจให้พนักงานสอบสวนทราบ เพื่อให้พนักงานสอบสวนได้ความรู้และไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ส่วนการให้ความดีความชอบนั้น ผมก็จะเน้นให้งานสอบสวนเป็นลำดับต้น ๆ

ทั้งนี้ มีบางคนอาจคิดว่างานสอบสวนเป็นงานหนักจึงพยายามวิ่งออกนอกสายงานสอบสวน แต่ตัวผมเองกลับไม่คิดอย่างนั้นเพราะผมคิดว่างานสอบสวนเป็นต้นทางของขบานการยุติธรรม ผมจึงไม่เคยขอออกนอกงานสอบสวนเลย แม้ผู้บังคับบัญชาบางคนอาจเห็นว่า ผมเป็นคนทำงานจริงจัง จึงอยากให้ผมไปช่วยทำงานด้านการป้องกันปราบปราม เช่น จะให้เป็น สวป.หรือ รอง ผกก.ป. แต่ผมได้ปฏิเสธทุกครั้งไปเพราะผมเชื่อว่า “ถ้าการสอบสวนดี ทำให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ คนดีจะอยู่อย่างสงบสุข คนชั่วจะไม่กล้ากระทำความผิด ก็จะเป็นการป้องกันอาชญากรรมได้ดีอีกทางหนึ่ง”

ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา

1.) ข้อเสนอแนะเร่งด่วน

1.1 พนักงานสอบสวนต้องมีความรักในงานสอบสวน และมีระเบียบวินัยในตัวเอง ไม่ปล่อยให้สำนวนล่าช้า

1.2 พนักงานสอบสวนต้องทำสำนวนให้เสร็จสิ้นด้วยความรวดเร็ว “ความยุติล่าช้า คือ ความไม่ยุติธรรม” ( justice delayed is justice denied ทั้งนี้การทำสำนวนเร็วจะช่วยป้องกันแรงกดดันจากผู้บังคับบัญชาและการวิ่งเต้นคดีได้อีกทางหนึ่ง

1.3 ผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาระดับ สวส. ขึ้นไปต้องช่วยเหลือ เอาใจใส่ เป็นพี่เลี้ยงให้พนักงานสอบสวน ไม่ใช่ทุกวันนี้มีผู้บังคบบัญชาสอบสวนบางท่าน วิ่งย้ายไปอยู่โรงพักเล็ก ๆที่มีปริมาณงานสอบสวนน้อยจะดูแลพนักงานสอบสวนน้อยและไม่ต้องมาทำงานหนัก ทั้งนี้เพราะไม่ว่าจะโรงพักเล็ก โรงพักใหญ่ เงินประจำตำแหน่งก็ได้เท่ากัน

1.4 การตรวจสำนวนต้องตรวจให้สม่ำเสมอ สมัยผมเป็น สวส. ผมจะตรวจสำนวนในทันที่ที่พนักงานสอบสวนรับร้องทุกข์เพื่อให้คำแนะนำและวางแนวทางในการทำคดีต่อไป

1.5 กตรวจสำนวนสม่ำเสมอจะทำให้รู้ทั้งคุณภาพและปริมาณของพนักงานสอบสวนของแต่ละคน เพื่อจะให้บริหารงานสอบสวนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น สำนวนล่าช้าเพราะอะไร ติดขัดตรงไหน หรือสำนวนล้นมือก็จะได้แก้ไขโดยอาจเฉลี่ยให้พนักงานสอบสวนที่มีปริมาณน้อยไปช่วยทำ หรือให้พักการเข้าเวรเพื่อเคลียร์สำนวนให้เรียบร้อย เป็นต้น

1.6 เพื่อเป็นหลักประกันความยุติธรรมและความเป็นอิสระในการใช้ดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน ควรนำ “โครงการสั่งไม่ฟ้องเป็นศูนย์” มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป

2.) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

2.1 การแต่งตั้งโยกย้ายผู้ปฏิบัติงานที่มีอำนาจสอบสวน ควรกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อให้ได้ผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ในงานสอบสวน “อย่างน้อยต้องอ่านสำนวนรู้ ดูสำนวนเป็น สั่งคดีได้”

2.2 การแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ ที่เกี่ยวกับงานสอบสวนให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งขณะนี้มีร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ…. อยู่ในระหว่างพิจารณาของรัฐสภา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อแก้แล้วจะเกิดประโยชน์กับการแก้ปัญหาในการอำนวยความยุติธรรมได้เป็นอย่างดีที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางสวนจากประสบการณ์จริง ไม่อิงนิยาย ทั้งนี้เพื่อขี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นซึ่งการแก้ปัญหานั้นมีหลายวิธี อาจแก้ที่ “โครงสร้าง” หรือ “คน” ก็ได้ ซึ่งผมเชื่อว่าโครงสร้างก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ประเด็นสำคัญ มันอยู่ที่ “คน” กล่าวคือ ถ้าตัวพนักงานสอบสวนและผู้บังคับบัญชาเอาจริงกับเรื่องนี้ ก็จะแก้ปัญหาการฆ่าตัวตายของพนักงานสอบสวนได้ทันที ไม่มากก็น้อย “เพราะเราไม่อาจ เลือกงาน เลือกนาย หรือเลือกลูกน้องได้ แต่ตัวเราเลือกที่จะทำความดีได้นั้นเอง” #ทำดีทำได้ทำทันที #เมื่อตั้งใจทำความดีต้องทำให้สำเร็จ ด้วยความปรารถนาดีจากใจ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร 4 กรกฎาคม 2564 “บทความดังกล่าว ระบุ”

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img