ปฏิบัติการจัดระเบียบชายฝั่งตะวันออก งานหิน “บิ๊กปั๊ด” วัดใจ “บิ๊กตู่”..!!!

เหิมเกริม!! ไม่เรียกแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร กับพฤติกรรมของแก๊งมังกรจีนที่ได้แบ็คดีจากคนมีสี จนคิดว่าตัวเองใหญ่คับฟ้า กล้าที่จะใช้อาวุธยิงเข้าใส่ชุดปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรภาค 2 ขณะที่ถือหมายศาลขอเข้าตรวจค้นคฤหาสน์หรูในพื้นที่ อ.บางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นเหตุให้ ร.ต.อ.พันเทพ ศรีบุญนาค หัวหน้าชุดปฏิบัติการอาชญากรรมข้ามชาติ บช.ภ.2 ได้รับบาดเจ็บสาหัสปางตาย ด.ต.กรีฑา ทิพย์เนตร ถูกยิงที่ขา ก่อนที่จะถูกหน่วยสวาทเข้ากระชับพื้นที่ จับกุมผู้ต้องหาชาวจีนได้ 5 คน เมียนมา 2 คน และไทย 1 คน พร้อมยึดอาวุธจำนวนหนึ่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา

เมื่อสืบสาวราวเรื่องถึงเบื้องหลัง จึงได้ร้อง อ๋ออออ ..!!! ที่แท้ก็พวกกลุ่มก๊วนเดิม ๆ ที่ก่อให้เกิดคลัสเตอร์บ่อนในภาคตะวันออก ที่มีตัวละครหน้าฉากคือ หลงจู๊สมชาย หรือ นายสมชาย จุติกิติ์เดชา ซึ่งถูกตำรวจกองปราบจับกุมพร้อมพวกซึ่งรวมถึงลูกชายเมื่อเดือน มีนาคม ปัจจุบันถูกศาลสั่งขังระหว่างการสอบสวน

โดยมีตัวละครที่เป็นตัวเชื่อม 2 กลุ่มนี้เข้าด้วยกัน คือ อดีตนายตำรวจใหญ่เจ้าของฉายา “ฉลามตาฟางฯ” ที่ว่ากันว่าเป็นคนโปรดของ “บิ๊กในรัฐบาล” ทำให้ช่วงหนึ่งมีอิทธิพลสูงจนกระทั่งสามารถจัดวางคนในสังกัดมายึดเก้าอี้หลัก ๆ ในชายฝั่งภาคตะวันออกอย่างเบ็ดเสร็จ กระทั่งเกิดเหตุคลัสเตอร์โควิดในบ่อนระยอง และลามไปทั่วภาคตะวันออก บิ๊กรัฐบาล ก็อุ้มไม่ไหว ต้องยอมให้ “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพสีกากี สั่งเด้งกราวรูดตั้งแต่ตัว ผบช.ภ.2, ผบก.สส.และ 4 ผบก.จังหวัด

ในส่วนแก๊งมังกรที่เกือบจะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไทย 2 นายเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่นั้น ฉากหน้าทำ ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์เต็นท์รถมือสอง และปล่อยเงินกู้ ส่วนฉากหลัง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนมีข้อมูลว่า อาจจะพัวพันกับธุรกิจสีเทาต่าง ๆ รวมทั้งบ่อนการพนัน นายทุนธุระกิจพนันออนใลน์ โดยมี “เสี่ยเอ้” ผู้กว้างขวางย่านเมืองชลฯ เป็นคนคอยเคลียร์ทางให้

“เสี่ยเอ้” คนนี้ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะมีคอนเนคชั่นกับ “ฉลามตาฟาง” และแน่นอนว่า เขาสนิทสนมกับบิ๊กตำรวจใน บช.ภ.2 หลายคน ไม่เพียงเท่านั้น ยังลามไปถึง “บิ๊ก ซ.” ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง ถึงขนาด “เสี่ยเอ้” จัดงานวันเกิดให้กับภรรยาของนายตำรวจใหญ่คนดังกล่าวในโรงแรมของตัวเอง โดยมีแขกเหรื่อคับคั่ง แสดงให้เห็นถึงพาวเวอร์ ที่แผ่ขยายจากชายทะเลรุกคืบเข้าบนบกลามมาปริมณฑล จนแทบจะบุกเข้าเมืองหลวงอยู่แล้ว!?!

ขณะเดียวกัน แบ็คอัพชั้นดี อีกคนของแก๊งมังกรจีน คือ บิ๊กรายหนึ่งซึ่งใหญ่คับฟ้า แต่ไม่นานมานี้ตกเป็นข่าวพัวพันกับแก๊งยาเสพติดในภาคเหนือจนต้องลดบทบาทลงชั่วคราว ทว่ายังมากด้วยบารมีอยู่!!!

เช่นเดียวกับ นายพล ม. ซึ่งอยู่ในเครือข่ายเดียวกับ “เสี่ยเอ้” เป็นนายพลตำรวจที่เคยวนเวียนอยู่ในภาคตะวันออกอยู่พักหนึ่ง ปัจจุบันอยู่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับต่างชาติ แต่ยังมีอิทธิพล และเป็นคนประสานผลประโยชน์กับแก๊งต่างชาติในพื้นที่พัทยา ชลบุรีและใกล้เคียง ที่สำคัญ นายพลที่ยังหนุ่มคนนี้บังเอิญตกเป็นข่าวพัวพันกับคลัสเตอร์ ทองหล่อเสียด้วย!!!

ก่อนหน้านี้แม่ทัพสีกากี ส่งนายตำรวจน้ำดีอย่าง พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปรักษาการ ผบช.ภ.2 พร้อมตั้งนายตำรวจที่ไว้ใจได้ เช่น “บิ๊กจ้าว” พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ประจำ ตร. ไปรักษาการ ผบก.จว.ชลบุรี เป็นต้น ด้วยหวังจะให้ไปทำ “บิ๊กคลีนนิ่ง” จังหวัดชายทะเลฝั่งตะวันออก และล่าสุดเตรียมจะเสนอชื่อแต่งตั้ง ผบช.ภ.2 ตัวจริง โดยกำหนดสเปคว่า ต้องทำให้พื้นที่ภาค 2 ปราศจากบ่อน 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีแคนดิเดต 2 คน คือ พล.ต.ท.ธิติ กับ พล.ต.ท.“เดอะอ๋อย”พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ หัวหน้าจเรตำรวจ อดีต ผบช.ทท. ซึ่งเติบโตมาในภาค 2 ที่ผ่านทุกที่ชุดปฏิบัติการ จะเข้าแกะรอยเพื่อลุยเครือข่ายสีเทานี้ ต้องเจอตอท่อนใหญ่ ทำให้ตำรวจ น้ำดีหลายรายถอดใจ นิ่งเงียบ ไม่กล้าจะเดินเต็มสูบ

 แต่เมื่อเห็นเครือข่ายผลประโยชน์ที่โยงใยใหญ่โต เผลอ ๆ จะใหญ่กว่าเก้าอี้ ผบ.ตร. ก็รู้สึกหนักใจแทน “บิ๊กปั๊ด” ว่าภารกิจ “บิ๊กคลีนนิ่ง” แดนสนธยาที่อุดมไปด้วยผลประโยชน์นอกกฎหมายมูลค่ามหาศาลแห่งนี้จะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ละหรือ หลายฝ่ายเห็นว่าแม้ “บิ๊กปั๊ด” จะมีความตั้งใจดี และ “เอาจริง” แต่ถ้าขาดมือไม้ที่จะทำภารกิจให้ และที่สำคัญปราศจากการสนับสนุนจากรัฐบาลก็ย่อมยากที่จำสัมฤทธิ์ผล 

งานนี้คงต้องวัดใจ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประธาน ก.ตร. ว่า ถ้าต้องการแก้ปัญหาหมักหมมในภาคตะวันออกอย่างจริงจัง ก็ต้องสนับสนุน “บิ๊กปั๊ด” โดยเฉพาะการเลือกคนลงไปทำงาน มิฉะนั้นแล้วภารกิจดังกล่าวก็เป็นได้แค่เพียง Mission Impossible หรือ “ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้” และสังคมจะตั้งคำถามว่า หรือเป็นเพราะผลประโยชน์มันลามเข้าทำเนียบแล้ว!?!