“ผู้ต้องหา” กลัวถูกอุ้ม! จ่อมอบตัว เที่ยงนี้

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งขาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายกว่า 20 ราย นำหลักฐานการโอนเงินค่าล็อตเตอรี่ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี หลังไม่ได้รับลอตเตอรี่ตามที่นัดหมาย ทำให้สูญเสียเงินรวมกว่า 10 ล้านบาท นั้น 

พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (รรท.ผบช.ภ.2) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา ตามลำดับชั้นแล้ว  คดีดังกล่าวเป็นคดีทีมีค่าความเสียหายสูงมากและมีผู้เสียหายหลายราย  และได้รายงานให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทราบแล้ว  ผบ.ตร. ได้กำชับให้ตนให้เร่งสืบสวนสอบสวน แล้วรีบดำเนินการจับกุม ผู้กระทำผิดมาลงโทษ ตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว รวมถึงการเร่งสืบสวนขยายผล ให้เอาผู้ที่ร่วมในกระทำการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาดำเนินคดีด้วย

ในเบื้องต้นได้รับรายงานว่า สภ.เมืองจันทบุรี เร่งติดตามสืบสวนในเรื่องนี้ ส่วนผู้เสียหายที่เดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นลักษณะการโอนเงินจองซื้อล็อตเตอรี่ แต่ยังไม่ได้ล็อตเตอรี่ตามกำหนด เหมือนที่เคยได้ ประกอบมีข่าวที่จังหวัดตราด กรณีฉ้อโกงล็อตเตอรี่ ทำให้ผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความซึ่งทาง สภ.เมืองจันทบุรี ได้รวบรวมผู้เสียหายและหลักฐานเอาไว้แล้วทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่จะเข้าแจ้งความ และเร่งสืบสวนเรื่องนี้ ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงลอตเตอรี่ ที่ จ.ตราด หรือไม่.? ขอให้ผู้เสียหาย และผู้ต้องหาที่ถูกศาลออกหมายจับ ได้มั่นใจในตน ซึ่ง ผบ.ตร.กำชับให้ลงมากำกับคดีดังกล่าวด้วยตนเอง ต้องโปร่งใส ตรงไปตรงมา ตามระเบียบ ข้อกฎหมายที่มีอยู่ กำลังพิจารณาว่าถ้าหากเป็นที่มีผู้เสียหายหลายราย คดีซับซ้อน มีการทำเป็นขบวนการ คงต้องเสนอ ต่อ ผบ.ตร.ให้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนระดับ ตร.มาดูคดีดังกล่าว

สำหรับคดีฉ้อ โกงลอตเตอรี่ ในความรับผิดชอบของ สภ.เมืองตราด ยังคงมีผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนตลอดทั้งวัน เป็นวันที่ 2 ล่าสุดมีผู้เสียหายมากกว่า 50 รายยอดความเสียหายประมาณ 500 ล้านบาท คาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายมากกว่านี้ ยังไม่รวมพื้นที่ สภ.คลองใหญ่”และในทางคดีตอนนี้’ศาลจังหวัดตราด’ได้อนุมัติออกหมายจับแล้ว 1 ราย คือ นางสาวจิตรา โยธาภิรมย์อายุ 30 ปี ชาวอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในข้อหาฐานความผิด ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ และส่งกำลังตำรวจชุดสืบสวนติดตามตัวนางสาวจิตรา โยธาภิรมย์ ที่คาดว่าน่าจะหลบหนี นอกจากนี้เตรียมออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมอีก พร้อมอายัดบัญชีที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว 5 บัญชี”แค่พื้นที่อำเภอเมืองตราด มีผู้เสียหายกว่า 50 รายมูลค่าไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ส่วนภาพรวมคาดพันล้านบาท “รรท.ผบช.ภ.2 กล่าว”

นักธุรกิจเจ้าของ โรงแรมแห่งหนึ่งจังหวัดตราด ซึ่งเป็นผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ได้มีการลงทุนตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2563 และก็ได้รับการโอนเงินค่าตอบแทนมาทุกงวด แต่มางวดของวันที่ 16 เมษายน ที่ปกติจะได้รับค่าตอบแทนในวันที่ 1 เดือนถัดไป แบบงวดชนงวด แต่ปรากฏว่าไม่ได้ และเห็นว่าเลยเวลาแล้วไม่ได้เงินดังกล่าวจึงเดินทางไปแจ้งความเพราะดูแล้วว่าน่าจะถูก โกง ส่วนมูลค่าความเสียหายของตนเองไม่ขอเปิดเผยตัวเลข แต่โดยรวมคาดว่าสูญเสียเงินมากถึง 4,000 ล้าน เพราะมีบางคนที่เสียหายเป็นพันล้านเพราะเป็นการร่วมทุนกันระหว่างเพื่อนด้วย

มีรายงานว่า  ในจำนวนผู้เสียหายนั้น มีทั้ง นักธุระกิจ นายทหารเรือ ในสังกัดหน่วยงาน ในจังหวัดภาคตะวันออก  รวมถึงระดับนายพลตำรวจ อย่างเช่น พล.ต.อ.กิตติพงษ์ ที่ปรึกษา พิเศษ ตร., พล.ต.ท. อิทธิพล พิริยะภิญโญ อดีต ผบช.ประจำ ตร. ฯ

ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า วันนี้( 10 พ.ค. ) เวลา 12.00 น. นางสาวจิตรา โยธาภิรมย์ ผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลจังหวัดตราด จะเดินทางมอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ที่ บช.ภ.2 ทนายความของผู้ต้องหาได้ประสานงานนัดหมายกับพนักงาสอบสวน   ส่วนเหตุผลของการนัดหมายเข้ามอบตัวในครั้งนี้นั้น เนื่องจาก ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับรายนี้ เพราะกลัวถูกอุ้ม และถูกกดดันจากผู้เสียหายระดับบิ๊กๆในแวดวงธุระกิจหลายราย จึงตัดสินใจให้ทนายความประสานมอบตัวต่อพนักงานสอบสวน คดีดังกล่าวตามหมายของศาลจังหวัดตราด