ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับการขับเคลื่อนประเทศในระยะเปลี่ยนผ่าน” โดยมีคณะอาจารย์ นิสิตนักศึกษาจุฬาฯเข้าร่วมรับฟัง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปาฐกถาในตอนหนึ่ง ว่า จนเงินแต่อย่าจนความคิด ต้องช่วยกัน เป็นคนดีมีคุณธรรม อย่าแก้ปัญหาปลายทาง ต้องสร้างความเท่าเทียมทางโอกาส แต่หลายคนไม่สนใจสิทธิตนเองจึงเกิดปัญหาขึ้น ปลูกพืชให้เหมาะสมไม่มากเกินไป ตรงนี้ไม่ใช่ไปรังแกคนจน แต่เป็นไปตามแนวทางประชารัฐ ความขัดแย้งไม่เอา ทุกประเทศมองไทยเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น คนมาเที่ยวมากขึ้นเพราะบ้านเมืองสงบ ก็เอาสิก็เลือกเอา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จนเงินได้แต่อย่าจนความคิด เราต้องช่วยกัน เป็นคนดีมีคุณธรรม อย่าแก้ปัญหาปลายทาง ต้องสร้างความเท่าเทียมทางโอกาส แต่หลายคนไม่สนใจสิทธิตนเองจึงเกิดปัญหาขึ้น ปลูกพืชให้เหมาะสมไม่มากเกินไป ตรงนี้ไม่ใช่ไปรังแกคนจน แต่เป็นไปตามแนวทางประชารัฐ ความขัดแย้งไม่เอา ทุกประเทศมองไทยเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น คนมาเที่ยวมากขึ้นเพราะบ้านเมืองสงบ

“ก็เอาสิก็เลือกเอา เลือกตั้งว่าจะไม่พูด ก็คอยดูกันต่อไปแล้วกัน อาจดีก็ได้ แต่อย่ามาโทษผมอีกก็แล้วกัน ต้องไปดูยุทธศาสตร์ 20 ปี มาบอกว่าผมจะสืบทอดอำนาจ จะอยู่ไปทำไม 20 ปี แค่นี้อายุก็ 60 กว่าแก่ตายอยู่แล้ว พักผ่อนบ้างสิ อย่าไปมองอย่างนั้น เพราะมันมีปรับได้ทุกคนขึ้นมาทำ แต่แค่นี้ก็เถียงกันแล้ว ไม่ยอมกันกลายเป็นว่ามาบอกสืบทอดอำนาจ อย่างการปฏิรูปบางอย่างต้องใหม่เลย บางอย่างต้องแก้ปัญหาเดิมด้วยวิธีการใหม่ๆ นั้นคือการปฏิรูปที่ไม่ใช่เข้าห้องน้ำออกมาแล้วเสร็จเลย ต้องทำมากกว่านี้ ฟังความคิดทุกอัน อันไหนทำได้ทำเลย อันขัดแย้งไว้ข้างๆก่อนอะไรจำเป็นออกมาก่อนเพื่อปฏิรูประเทศ ถ้ารอทำทีเดียวไม่มีทางได้ เพราะไทยขัดแย้งกันสูง เราต้องมีภูมิต้านทานที่ดีด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า เราอย่าสอนให้อยากมีอยากได้ แล้วทำอะไรที่ขัดแย้งกัน ล้มล้างระเบียบต่างๆไม่ได้ ประเทศใดที่ไร้กฎหมาย ก็อยู่ไม่ได้ เพราะวินัยสร้างชาติ สร้างคน เปลี่ยนผ่านให้ได้ ทุกคนต้องเข้าร่วม ไม่ใช่เรียกร้องอย่างเดียว ไม่ใช่ประท้วงขอเท่านี้เท่านั้น โดยไม่สนใจกฎหมายจะว่าอย่างไร ซึ่งตนเป็นประชาชนคนหนึ่ง รู้ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหน ใช้ทรัพยากรอย่างไร ทั้งนี้คาดหวังจุฬาฯจะเป็นเรือธงและพาเรือขบวนไปด้วย ต้องผ่านคลื่นลมอีกมากมากมาย แต่ต้องทำให้ดีสมเป็นบุคคลที่มีคุณค่า ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพียงกระดาษ ให้คิดแบบตะวันตก แต่ทำแบบตะวันออกโดยไม่ขัดแย้งไม่ตีกัน เพราะคนไทยเป็นคนคิดมาก คิดละเอียดคิดหมด แต่ฝรั่งอะไรที่ดีทำไปก่อนแล้วแก้ เราต่างกันตรงนี้ ถ้าปลดล็อกทำอะไรไม่ได้เป็นแบบเดิม ไม่ได้อะไรซักอย่าง อย่าง อีอีซี ก็ต่อต้าน หลายคนไม่ชอบ ต้องดูว่าวันหน้าจะเอาอะไรมากิน มาดูแลคนจน ต้องมีรายได้ของประเทศ ต้องร่วมมือ

“อย่าไปมองว่าเป็นการทุจริต ถ้าทุจริตก็จับให้ได้ และที่จับได้ก็ไม่ใช่ใครแต่รัฐบาลนี้จับ เพราะเกิดนานแล้ว มาจุฬาฯถึงใส่สีชมพู ให้เกียรติทุกคน ต้องให้เกียรติกันเพื่อจะได้เกิดความสามัคคี เพื่อทำให้หลายอย่างปรับเปลี่ยนขึ้นมาได้ ต้องเคารพกฎหมายอย่าให้คนอื่นเดือดร้อน และถึงไม่ผิดวันนี้ก็ผิดวันหน้า เพราะกฎหมายไม่ได้เขียนให้ยกเว้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว