วันที่ 10 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมสุข  สัมพันธ์ประทีป อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/134 หมู่ 1 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เภสัชกรเชี่ยวชาญ สังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ปฏิบัติหน้าที่รองสาธารณะสุขจังหวัดภูเก็ต มาพบพนักงานสอบสวน แจ้งว่า ได้รับมอบอำนาจจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ให้มาแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ (1.) ร้านอิลลูชั่น ภูเก็ต, (2.) ร้านเชลเทอ ภูเก็ต ถนนบางลา อ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต ที่ได้กระทำความผิดให้บริการลูกค้าโดยมิได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่ได้ออกเพื่อเป็นมาตรการป้องกัน เฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรน่า จังหวัดภูเก็ต  ตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เหตุเกิดที่ร้านอิลลูชั่น  ภูเก็ต และร้านเชลเทอ ภูเก็ต ถ.บางลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที้ 3 เมษายน 2564 เวลากลางคืน  เนื่องจากทางสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตได้พบข่าวทางสื่อมวลชนอย่างแพร่หลายว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน  ร้านอิลลูชั่น ภูเก็ต และร้านเชลเทอ ภูเก็ต ได้เปิดให้ลูกค้าจำนวนมากเข้าไปใช้บริการ โดยไม่มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่ได้ออกเพื่อเป็นมาตรการป้องกัน เฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรน่า จังหวัดภูเก็ต  ที่ได้วางมาตรการไว้ เห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว จนทำให้เกิดความเสียหายทางสังคม จึงได้มีการร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับร้านอิลลูชั่น ภูเก็ต และร้านเชลเทอ ภูเก็ต ตามกฎหมาย

โดย ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้สั่งการให้ พงส.สภ.ป่าตอง และ สภ. กมลา รับคำร้องทุกข์ดังกล่าวเป็นคดีอาญาที่ 342/2564 และคดีอาญาที่ 343/2564 ในความผิดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548, พ.ร.บโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และความผิดอื่น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ดำเนินคดี

ด้าน พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าวนี้ ได้สั่งการให้ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ลงไปกำกับดูแลการดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด ตรงไปตรงมา พร้อมได้สั่งย้ำเน้นใน 2  ประเด็น ประเด็นแรก ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของสถานที่ ผู้จัดให้มีกิจกรรมหรือผู้ประกอบการ  รวมถึง ผู้ร่วมงานหากใครฝ่าฝืนกฎหมายฉบับใด อย่างเฉียบขาด ประเด็นที่สอง ให้ ผบก. ภ.จว.ภูเก็ต ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ามีข้าราชการตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง สนับสนุน เรียกรับผลประโยชน์ จากการจัดงานดังกล่าวหรือไม่ หากพบว่า มีข้าราชการรายใดกระทำผิด ต้องดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัย ด้วย นี่คือ สิ่งที่ที่ตนได้สั่งไป

โดยให้ใช้กรอบของกฎหมาย ทุกฉบับ ทุกมาตรา ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดไม่มีละเว้นไม่ว่า จะเป็นใคร เพราะถือว่า ทำให้เกิดความเสียหายต่อสภาพเศรษฐกิจในภาพรวมของเมืองภูเก็ต และทำประเทศชาติเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้ตนได้แจ้งเรียน ให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ทราบถึงกรณีดังกล่าวแล้ว  ท่าน ผบ.ตร.เองก็ได้ย้ำให้เข้าไปเร่งรัดติดตามคดีนี้แล้วให้รายงานผลให้ทราบโดยด่วน ซึ่งตนก็จะเข้าไปติดตามกำชับผ่านทาง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เพื่อเป็นมาตรการป้องกัน เฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรน่า ตามนโยบาย ของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ต่อไป