หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมศปชก.ตร. รวบแก๊งรัสเซีย ลอบใช้ ‘ไทย’ ปลอมเอกสารประกอบการต่อวีซ่า-แก๊งจีน โปรเกมเมอร์พนันออนไลน์ หวั่นฟอกเงินผิดกฎหมาย

ศปชก.ตร. รวบแก๊งรัสเซีย ลอบใช้ ‘ไทย’ ปลอมเอกสารประกอบการต่อวีซ่า-แก๊งจีน โปรเกมเมอร์พนันออนไลน์ หวั่นฟอกเงินผิดกฎหมาย

วันนี้ (22 มีนาคม 2564) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศปชก.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาการ ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง รองผบช.ภ. 1 รักษาราชการแทนผบก.ภ.จว.ชลบุรี และพล.ต.ต.อาชยนไกรทอง รองผบช.สตม ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการศปก.ตร. ที่ 2 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ศปชก.ตร.ชป.2 ร่วมกับ ศปชก.ภ.2 ศปชก.ภ.จวชลบุรี และ กก.สส.บก.ตม.3 สืบสวนจับกุมและดำเนินการตรวจสอบบุคคลที่กระทำผิดกฎหมายกระทบต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศหรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด โดยมีผลการปฏิบัติในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาดังนี้

พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปชก. ตร. ได้แถลงข่าวที่ สภ. เมืองพัทยา ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ในการจับกุมคนร้ายต่างชาติที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายให้กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติโดยการปลอมเอกสารทางการเงินและการใช้ระบบการเงินออนไลน์ข้ามชาติจำนวน 2 คดี โดยคดีแรก เจ้าหน้าที่ ศปชก.ตร. ในส่วนตำรวจภูธรภาค 2, ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และกองกำกับสืบสวนสอบสวนกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (กก.สส.บก.ตม.3) ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดพัทยาที่ 50/2564 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2564 ให้เข้าตรวจค้นบ้านจับกุมตัว 2 รัสเซีย ปลอมเอกสารธนาคารประกอบการขออยู่ต่อในราชอาณาจักร ได้แก่ (1.) Miss Irina Prokasheva หรือ นางไอรีน่า โปรคาเชว่า อายุ 59 ปี ถือหนังสือเดินทางหมายเลข 721321365 สัญชาติรัสเซีย และ (2.) Mr.Alexey Luptoy หรือ นายอเล็ก ซี่ลูปตอฟ อายุ 63 ปี ถือหนังสือเดินทางหมายเลข 721318094 สัญชาติรัสเซียพร้อมของกลางเป็นธนบัตรไทยและสำเนาหนังสือเดินทางรวมถึงเอกสารรับรองจากธนาคาร SBERBANK ในประเทศรัสเซียระบุชื่อชาวรัสเซียจำนวนมากการจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากชุดจับกุมสืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มีพฤติการณ์ลักลอบปลอมเอกสารรับรองทางการเงินจากธนาคารในรัสเซียผ่านระบบ online ชื่อ VK.com ซึ่งเป็นเว็บไซด์ขายอาหารบังหน้าโดยจะออกเอกสารปลอมดังกล่าวเพื่อให้ลูกค้าชาวรัสเซียซึ่งประสงค์จะทำวีซ่าประเภทใช้ชีวิตบั้นปลายที่อยู่ในประเทศไทยนำไปยื่นกับสถานทูตรัสเซียในไทยเพื่อให้สถานทูตออกหลักฐานรับรองนำไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทำเรื่องขออยู่ต่อฯ ไปโดยเหตุที่ต้องออกเอกสารธนาคารปลอมเนื่องจากชาวรัสเซียที่ขออยู่ต่อฯ ไม่มีเงินในธนาคารตามที่ ตม. ไทยกำหนดคือไม่ต่ำกว่า 400,000 บาทหรือ  65,000 บาทต่อเดือนโดยผู้ต้องหาได้ทำเอกสารรับรองเงินรายได้ 170,341.50 รูเบิล (ประมาณ 70,365บาท) ผู้ต้องหาจึงได้ทำเอกสารปลอมโดยคิดค่าใช้จ่ายรายละ 2,000 บาท ซึ่งมีข้อมูลทางการข่าวว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเสี่ยงต่อการที่กลุ่มอาชญากรชาวรัสเซียใช้เป็นช่องทางการขออยู่ต่อเพื่อสร้างอิทธิพลในกลุ่มชาวรัสเซียโดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวเช่นพัทยาเป็นต้น

เบื้องต้นจะแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พรบ. การทำงานคนต่างด้าว พ.ศ.2551 และเข้าข่ายมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงฯ บุคคลต่างด้าวต้องห้ามตามพรบ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 นำส่ง พงส. สภ. เมืองพัทยาและจะขยายผลสืบสวนจับกุมกลุ่มชาวรัสเซียที่ใช้เอกสารปลอมขออยู่ต่อของผู้ต้องหาพร้อมกับประสานสถานทูตรัสเซียเพื่อป้องกันการกระทำผิดดังกล่าวต่อไป

ส่วนคดีที่ 2 เป็นการจับกุมแก๊งชาวจีนโปรแกรมเมอร์เว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ศปชก.ตร. ชุดปฏิบัติการที่ 2 ได้นำหมายค้นศาลแขวงพระนครใต้เข้าตรวจค้นและจับกุมนาย Xudong Zhao กับพวกรวม 8 คน ที่ห้องพักในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่านถนนสาทร 11 แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า มีกลุ่มคนสัญชาติจีนเช่าห้องพักลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากการบุกตรวจค้นพบกลุ่มคนสัญชาติจีนดังกล่าวกำลังใช้งานระบบคอมพิวเตอร์โดยเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับเว็บพนันออนไลน์โดยรับว่ามีหัวหน้าชาวจีนสั่งการตรงจากประเทศจีนเพื่อให้ทำระบบการพนันออนไลน์โดยมีลูกค้าจากประเทศจีนจำนวนมากและกำลังขยายการเชื่อมโยงไปยังหลายประเทศโดยอาศัยช่วงสถานการณ์โควิดเป็นโอกาสใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการเชื่อมโยงและรับค่าจ้างเป็นรายเดือนแล้วแต่ความยากง่ายของงานนอกจากนั้นพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 8 มีสถานะอยู่ในประเทศเกินกำหนดอนุญาตหรือ overstay จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบว่า“ เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด “เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปพร้อมยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คและเครื่องเราเตอร์ที่ใช้ทำงานส่งให้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตรวจพิสูจน์เพื่อขยายผลข้อมูลการทำงานความเชื่อมโยงต่อกลุ่มขบวนการต่าง ๆ การเชื่อมโยงทางการเงินทั้งในไทยและต่างประเทศเพื่อประสานการกวาดล้างทั้งระบบต่อไป

“ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร.ได้รับมอบหมายจาก พล. ต. อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ. ตร.) ให้ทำการสืบสวนป้องกันและปราบปรามกลุ่มอาชญากรข้ามชาติผิดกฎหมาย ในฐานะ ผอ.ศปชก.ตร. ได้ประชุมทีมปฏิบัติการพร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เร่งปฎิบัติการจับกุมผู้กระทำผิดที่อาศัยโอกาสในช่วงสถานการณ์โควิด ซึ่งมีการระงับการเดินทางเข้า-ออกประเทศ กวาดล้างชาวต่างชาติที่ใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการกระทำผิดระหว่างประเทศทั้งในรูปแบบของการกระทำที่ส่งผลต่อไทยโดยตรงหรือสร้างความเสียหายต่อประเทศอื่นซึ่งจะมีการสืบสวนขยายผลชาวต่างชาติที่เข้าข่ายพฤติการณ์อาชญากรรมข้ามชาติเพื่อกวาดล้างจับกุมต่อไป” พล.ต.อ.วิสนุ กล่าว

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img