หน้าแรกการเมืองกทม. ลุยตรวจสถานประกอบการ ย้ำ 17 เช็กลิสต์ความปลอดภัย ไม่เน้นปิดกิจการ แต่เน้นความปลอดภัยและยกระดับมาตรฐาน

กทม. ลุยตรวจสถานประกอบการ ย้ำ 17 เช็กลิสต์ความปลอดภัย ไม่เน้นปิดกิจการ แต่เน้นความปลอดภัยและยกระดับมาตรฐาน

(6 ส.ค. 69) เวลา 13.00 น. นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจมาตรฐานความปลอดภัยสถานประกอบการในพื้นที่เขตภาษีเจริญ ได้แก่ ร้านสวนสนุกพลัส ถนนพุทธมณฑลสาย 1 และร้านครัวเพลงสบาย ถนนเพชรเกษม เพื่อติดตามการดำเนินการตามมาตรการยกระดับความปลอดภัยของกรุงเทพมหานคร โดยมีนางพีระยา สมชัยยานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย นางสาวธราพร อำนวยสาร ผู้อำนวยการเขตภาษีเจริญ หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค รองผู้กำกับการ สน.ภาษีเจริญ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ยกระดับมาตรฐานการตรวจสถานบริการและสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ หลังเหตุการณ์เพลิงไหม้ในพื้นที่จตุจักร โดยปรับปรุงเช็กลิสต์ความปลอดภัย 17 ข้อ ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัยอาคาร การป้องกันและระงับอัคคีภัย และสุขลักษณะ เพื่อให้การตรวจมีมาตรฐานเดียวกันทุกสำนักงานเขต

สำหรับแนวทางการพิจารณา เริ่มจากการตรวจสอบใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร หากไม่มีใบอนุญาตจะสั่งหยุดดำเนินกิจการทันที ส่วนร้านที่มีการแสดงดนตรีจะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมายเพิ่มเติม หากไม่มีจะสั่งระงับการแสดงดนตรีจนกว่าจะได้รับอนุญาตถูกต้อง และเมื่อมีใบอนุญาตครบถ้วนจึงเข้าสู่กระบวนการตรวจตามเช็กลิสต์ด้านอาคาร อัคคีภัย และสุขลักษณะ

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครตรวจสถานประกอบการแล้ว 948 แห่ง แบ่งเป็น ผ่านเกณฑ์ 209 แห่ง (ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก 155 แห่ง และแก้ไขแล้วผ่าน 54 แห่ง) อยู่ระหว่างปรับปรุง 632 แห่ง และออกคำสั่งหยุด 107 แห่ง โดยแบ่งเป็นสั่งหยุดการแสดงดนตรี 30 แห่ง และสั่งหยุดดำเนินกิจการ 77 แห่ง เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด (ข้อมูล ณ วันที่ 19 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2569)

รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า กรณีที่พบข้อบกพร่องซึ่งไม่เป็นอันตรายร้ายแรง เจ้าหน้าที่จะออกหนังสือแนะนำให้ปรับปรุงและกำหนดระยะเวลาแก้ไขตามความเหมาะสม เช่น 7 วัน 14 วัน หรือ 1 เดือน ก่อนเข้าตรวจซ้ำ แต่หากไม่ดำเนินการตามคำแนะนำ จะมีการออกคำสั่งตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และหากฝ่าฝืนคำสั่งจะดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่ากรุงเทพมหานครจะไม่ตรวจเพียงครั้งเดียว แต่จะติดตามตรวจซ้ำอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานประกอบการจะผ่านมาตรฐานความปลอดภัย

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกแห่งดำเนินการ Self-Check ผ่านระบบ BMA OSS ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 พร้อมแนบเอกสารรับรองจากวิศวกรเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าและวัสดุป้องกันอัคคีภัย เพื่อยกระดับความปลอดภัยของสถานประกอบการและลดความเสี่ยงจากอัคคีภัยในระยะยาว

ด้านผู้อำนวยการเขตภาษีเจริญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยร้านที่ตรวจในวันนี้ได้รับคำแนะนำให้ปรับปรุงเรื่องทางหนีไฟ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ป้ายสัญลักษณ์ และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ซึ่งผู้ประกอบการได้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หลายแห่งสามารถปรับสถานะจากกลุ่มที่ต้องแก้ไขเข้าสู่กลุ่มที่ผ่านเกณฑ์ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

จากนั้น รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ร้านครัวเพลงสบาย ถนนเพชรเกษม พร้อมกล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เป็นการติดตามผลหลังสำนักงานเขตเข้าตรวจครั้งแรกและออกหนังสือแนะนำ (นส.1) ให้ผู้ประกอบการปรับปรุงด้านความปลอดภัย ซึ่งทั้ง 2 ร้านได้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็ว จนผ่านเกณฑ์การตรวจและสามารถกลับมาเปิดดำเนินกิจการได้ตามปกติ

สำหรับการปรับปรุงที่สำคัญ ได้แก่ การเพิ่มประตูทางหนีไฟจากเดิมที่มีทางเข้า-ออกเพียงจุดเดียว การจัดทำแผนผังเส้นทางหนีไฟ ติดตั้งไฟฟ้าฉุกเฉินเพิ่มเติม ติดตั้งอุปกรณ์และป้ายแสดงตำแหน่งถังดับเพลิงให้เห็นชัดเจน ซึ่งเป็นไปตามคำแนะนำของสำนักงานเขตและเช็กลิสต์ความปลอดภัยของกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ร้านเปลี่ยนสถานะจากกลุ่มที่ต้องปรับปรุง (สีเหลือง) เป็นกลุ่มที่ผ่านเกณฑ์หลังแก้ไข (สีเขียวอ่อน)

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กรุงเทพมหานครจะอัปเดตผลการตรวจผ่านแดชบอร์ดเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยตั้งเป้าลดจำนวนสถานประกอบการที่อยู่ในกลุ่มที่ต้องปรับปรุงและกลุ่มที่ถูกสั่งให้หยุดดำเนินการ พร้อมเพิ่มจำนวนสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกแห่งดำเนินการ Self-Check ผ่านระบบ BMA OSS และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เมื่อมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบสถานประกอบการที่มีลักษณะไม่ปลอดภัย เช่น มีทางหนีไฟไม่เพียงพอ ป้ายทางหนีไฟไม่ชัดเจน หรือระบบความปลอดภัยไม่ครบถ้วน สามารถแจ้งเบาะแสผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อให้กรุงเทพมหานครเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ในส่วนของ 17 เช็กลิสต์ ที่กรุงเทพมหานครกำหนดมาตรฐาน ได้แก่

  1. ด้านการป้องกันอัคคีภัย
  • ป้ายและไฟทางออกฉุกเฉิน
  • ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้
  • ระบบดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิง
  • เส้นทางหนีไฟ
  • ระบบป้องกันเพลิงไหม้
  • บันไดหนีไฟ
  • ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้
  • อุปกรณ์ระงับเหตุเพลิงไหม้
  • ระบบไฟฟ้าส่องสว่างฉุกเฉิน
  • อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  1. ด้านสุขลักษณะ
  • ลักษณะอาคาร
  • การควบคุมเสียงจากการประกอบกิจการ
  • ระบบระบายอากาศ (มีเครื่องระบายอากาศ ไม่อบอ้าว ห้ามสูบบุหรี่ในตัวอาคาร)
  • แสงสว่าง
  • ห้องน้ำและสุขาภิบาล
  1. ด้านความปลอดภัยอาคาร
  • ระบบระบายอากาศ (มีช่องลมอย่างน้อย 10% ของพื้นที่ หรือมีระบบกลซึ่งทำจากวัสดุไม่ติดไฟ ไม่เกิดควันพิษ)
  • ระบบไฟฟ้า
  • วัสดุตกแต่ง ฉนวนกันความร้อน และฉนวนกันเสียง

“เป้าหมายของกรุงเทพมหานครไม่ใช่การสั่งปิดกิจการ แต่คือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของทุกสถานประกอบการเพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล” รองผู้ว่าฯ พรพรหม ย้ำ

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img