เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่า  วันนี้ตลาดหุ้นไทยได้แรงซื้อกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นมาทำให้ปิดตลาดบวกเล็กน้อย ปิดวันนี้ ที่ 1,544.11 จุด บวก 10.00 จุด หรือ 0.65% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 104,811.72 ล้านบาท  ขณะที่เงินเฟ้อ กุมภาพันธ์ 2564 ลดลง 1.17% หดตัว 12 เดือนติด “พาณิชย์” ชี้อานิสงส์มาตรการลดค่าครองชีพภาครัฐ

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยตลาดบ้านเราได้รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานจากนักลงทุนสถาบันและต่างชาติหลังราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นจากกลุ่มโอเปกพลัสมีมติคงกำลังการผลิตน้ำมัน และหุ้นกลุ่มแบงก์ก็รีบาวด์ขึ้นด้วย เก็งรับประโยชน์อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) อายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น เชื่อยังเป็นขาขึ้นไปอีกระยะหนึ่ง จากแนวโน้มเงินเฟ้อสูงขึ้น อาจส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยขยับขึ้นได้เป็นผลดีต่อกลุ่มแบงก์

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนกุมภาพันธ์ 2564 อยู่ที่ 98.88 ลดลง -1.17% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 นับตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มส่งผลต่อไทยในเดือนมีนาคม 2563 ส่งผลให้ CPI เฉลี่ย 2 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.พ.) ลดลง -0.75%

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เดือนกุมภาพันธ์ 2564 อยู่ที่ 100.39 เพิ่มขึ้น 0.04% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ Core CPI เฉลี่ย 2 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.12%

“การหดตัวของ CPI ในเดือนนี้ มีปัจจัยหลักจากมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะมีระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ก.พ.-มี.ค.64 ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสด โดยเฉพาะ ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว และผักสด ลดลงตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้น” นายภูสิต กล่าว

ส่วนราคาสินค้าและบริการในหมวดอื่น ๆ ส่วนใหญ่ยังทรงตัว และเคลื่อนไหวสอดคล้องกับปริมาณผลผลิตและความต้องการบริโภคของประชาชน ยกเว้น น้ำมันเชื้อเพลิง มีการปรับราคาสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือน ตามการสูงขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก

สำหรับดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ลดลง -0.43% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และลดลง -0.63% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2564  ขณะที่ดัชนีหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ลดลง -1.60% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และลดลง -1.10% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2564

โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 พบว่า มีสินค้าและบริการสำคัญที่ราคาเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 รวม 123 รายการ เช่น น้ำมัน และแก๊สโซฮอล์, น้ำมันพืช, ส้มเขียวหวาน และองุ่น เป็นต้น ส่วนสินค้าที่ราคาลดลง มี 123 รายการเช่นกัน ได้แก่ ค่าน้ำประปา, ค่าไฟฟ้า, ผักบุ้ง, ผักกาดขาว, ไข่ไก่ และข้าวสารเจ้า เป็นต้น

ส่วนสถานการณ์ด้านการผลิตและบริโภคเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว สอดคล้องกับการส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 อัตราการใช้กำลังการผลิตที่กลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อัตราการว่างงาน และรายได้เกษตรกรที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง รวมทั้งมาตรการต่าง ๆ ของรัฐที่ช่วยลดค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ และกระตุ้นเศรษฐกิจยังออกมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อตั้งแต่เดือนมีนาคม จะเริ่มติดลบน้อยลง และจะมีแนวโน้มเป็นบวกได้ตั้งแต่เดือนเมษายน หรือตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีนี้เป็นต้นไป

“คาดการณ์ว่า สถานการณ์ด้านราคาสินค้าและบริการในระยะต่อไป จะมีแนวโน้มขยายตัวตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป” ผู้อำนวยการ สนค.ระบุ

อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 64 อยู่ในกรอบ 0.7-1.7% หรือเฉลี่ยทั้งปีที่ 1.2%

ตลาดหุ้นไทย

สิริวรรณ ลีลาประกอบชัย : ภาพ/เรื่อง