ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเปิดรับการยืนยันสมาชิกพรรคตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งได้มีบรรดาแกนนำและอดีต ส.ส. และอดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทยพัฒนา กว่า 40 คนเข้าร่วมยืนยันสถานะ อาทิ นายธีระ วงศ์สมุทร นายธรรมา ปิ่นสุกาญจนะ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ นายวราวุธ ศิลปอาชา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล นายเสมอกัน เที่ยงธรรม นายยุทธพล อังกินันทน์ นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ นายเสน่ห์ ขาวโต ฯลฯ ได้เดินทางมายืนยันความเป็นสมาชิกพรรคและชำระค่าบำรุงพรรคต่อนายพิสิษฐ์ พิทยฐากุลเจริญ นายทะเบียนสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เป็นไปตามพ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ให้แต่ละพรรคสามารถเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1-30 เม.ย. ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนามีสมาชิกพรรค 22,000 คน นอกจากนี้ใช้วิธีการส่งจดหมาย และเอกสารประกอบไปให้สมาชิกถึงบ้าน และมีสมาชิกหลายรายได้ชำระค่าบำรุงพรรค จำนวน 2,000 บาท คือการสมัครเป็นสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพในวันเดียวกัน

นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคฯ ให้เปิดเผยถึงการยืนยันสมาชิกพรรค ว่า พรรคจะใช้รูปแบบการยืนยันผ่านไปรษณีย์ส่งไปตามที่อยู่ตามภูมิลำเนา หากสมาชิกใดประสงค์จะยืนยันต้องกรอกเอกสารและชำระค่าบำรุงผ่านระบบธนาคาร จากนั้นให้นำเอกสารยืนยันและใบเสร็จการโอนเงินส่งกลับมายังที่ทำการพรรคภายในวันที่ 30 เมษายน และจะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจะดำเนินการการยืนยันสมาชิกพรรคให้แล้วเสร็จภายในวันเดียวกันนี้ แต่หากไม่ทันสามารถแจ้งรายชื่อได้ภายหลังที่ คสช. ปลดล็อกพรรคการเมือง ภายในวันที่ 30 พ.ค.ต่อไป และในอีกทางคือ จังหวัดที่มีสาขา คือ นครศรีธรรมราช สามารถยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคได้ทางสาขาหรือยืนยันความเป็นสมาชิกส่งกลับมาทางจดหมายก็ได้ แต่ของเราไม่ทำเป็นแอพพลิเคชั่น เนื่องจากสมาชิกมีจำนวนไม่มาก

เมื่อถามว่า คาดหวังว่าจะได้รับการยืนยันกลับมาเท่าไร นายนิกร กล่าวว่า ไม่แน่ใจ แค่ 1 ใน 4 ก็หนักแล้ว เนื่องจากระยะเวลาในการเปิดให้ยืนยันสมาชิกนั้นสั้น และสร้างความลำบากให้กับสมาชิกของพรรค นอกจากนี้ยังไปสอดคล้องกับการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และพ.ร.ป.ว่าด้วยที่มาของ ส.ว. ผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทาง คสช. จะมีการแก้ไขหรือไม่ แต่ทางพรรคก็ไม่ได้รอ

เมื่อถามว่า สมาชิกพรรคที่เป็นประชาชนจะลดลง และสมาชิกที่เป็นอดีต ส.ส.อาจจะมีเเนวโน้มลดลงด้วย นายนิกร กล่าวว่า ยังดูไม่ได้ เพราะเป็นกฎหมายแบบใหม่ เป็นการเปลี่ยนม้ายกทั้งกองทัพในลำธาร ก็ต้องดูกันไปว่า เป็นอย่างไรโดยที่ต้องดูในหลักการ ส่วนคนรุ่นใหม่ในพรรคชาติไทยพัฒนานั้น เป็นเลือดใหม่ แต่อาจจะไม่แบรนด์นิว ซึ่งมีหลายรุ่นไม่ใช่ใหม่ถอดด้าม แต่ก็วิ่งได้เร็ว และคงไม่บินยังกับนักอวกาศ

เมื่อถามว่า มีอดีต ส.ส. ที่จะปลีกตัวไปร่วมกับพรรคอื่นหรือไม่นั้น นายนิกร กล่าวว่า  ยังไม่มีใครประกาศชัด เพราะไปก็ยังไปกันไม่ได้ การเมืองยังเปลี่ยนอีกหลายหน้า ที่จะไปก็อาจจะมี ที่จะมาก็อาจจะมี ฉะนั้นการเมืองยังไม่นิ่ง ส่วนการเลือกตั้ง ผมก็เชื่อว่า อาจจะไม่เกินโรดแมป เพราะนายกฯ ก็บอกกับขุนเรืองแล้วว่า ไม่น่าจะเกิน ตอนนี้เราอยู่กันที่ในที่ตั้ง หากสมาชิกมีความจำเป็นที่จะต้องไปในสถานการณ์แบบนี้ เพราะระบบปาร์ตี้ลิสต์ไม่เหมือนเดิม ก็เอาที่สบายใจ

เมื่อถามถึง จุดยืนของพรรคกรณีนายกรัฐมนตรีคนนอก นายนิกร กล่าวว่า เราเองเป็นคนริ่เริ่มแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ปี 2540 และฉบับปี 2550  ซึ่งในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับนั้นได้กำหนดให้นายกฯนั้น ต้องมาจาก ส.ส. ดังนั้นเราจะพิจารณาบุคคลที่มาจาก ส.ส. ก่อน และตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เสนอรายชื่อ ขั้นที่ 2 จากบุคคลที่ไม่ได้เป็น ส.ส. และไม่จำเป็นต้องสมาชิกพรรคจะอยู่ในขยักแรกของการเลือก เมื่อเป็นไปไม่ได้ ก็จะมีบทเฉพาะกาลอยู่ในขยักที่ 2 ที่ให้สภาเป็นคนเลือก โดยที่มี ส.ส.เป็นคนเสนอชื่อ แต่ก็ต้องรอให้ถึงตอนนั้นก่อน เราไม่สามารถไปตีความก่อนได้ แต่ถ้าเลือกได้ก็จะเลือกนายกฯที่มาจาก ส.ส.ก่อน

ทางด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำกลุ่มนิวบลัด พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่าสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาหลายคนได้พร้อมกันเข้ายืนยันสถานะสมาชิกภาพของตัวเอง ทั้งที่ที่ทำการใหญ่ของพรรค และที่สาขาพรรคในต่างจังหวัด ที่มีอดีต ส.ส. อยู่ โดยเริ่มดำเนินการพร้อมกัน ขณะเดียวกันทางพรรคจะได้ส่งเอกสารตอบรับไปยังสมาชิกในต่างจังหวัดประมาณ 25,000 คน และให้ส่งกลับมาที่ทำการพรรคภายในวันที่ 30 เม.ย. ซึ่งก็เชื่อว่า น่าจะได้ตอบกลับมาอยู่พอสมควร

นายวราวุธ กล่าวว่า เมื่อ คสช. เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ แต่ละพรรคคงได้เริ่มดำเนินการเรื่องหาสมาชิกเพิ่ม และการดำเนินการอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตามสมาชิกและแกนนำของพรรคยังคงเป็นคนเดิม ผู้ใหญ่หลายคนก็มาด้วยตนเองในเวลานี้ และหลายคนที่ไม่สะดวกจะมาด้วยตัวเองในวันนี้ แต่ก็ได้โทรศัพท์มายืนยันว่า จะทยอยกันเข้ามาพร้อมกับยืนยันสถานะสมาชิกพรรค

นายวราวุธ กล่าวด้วยว่าการยืนยันสมาชิกพรรคที่ต่างจังหวัด เชื่อว่าจะได้รับการตอบกลับมากกว่าครึ่ง และหากกฎหมายเปิดโอกาสให้พรรคหาสมาชิกเพิ่มเติมได้ พรรคจะเริ่มดำเนินการทันที  ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอดีตส.ส. หรืออดีตผู้สมัครของพรรค มีสัญญาใจกับพรรคการเมืองอื่นที่จะย้ายสังกัดเมื่อกฎหมายเปิดโอกาสนั้น ถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง แต่บทสรุปสุดท้ายนั้นต้องรอพิจารณาวันสุดท้ายของการส่งสมัครรับเลือกตั้งว่าบุคคลนั้นจะมีลายเซ็นต์อยู่กับพรรคใด ส่วนกลุ่มอดีต ส.ส. และแกนนำสำคัญ อย่าง กลุ่มอุทัยธานี  อาทิ นายชาดา ไทยเศรษฐ์, นายนพดล พลเสน, กลุ่มอุบลราชธานี, กลุ่มศรีสะเกษ ได้ยืนยันมาแล้ว เพียงแต่วันนี้ติดภารกิจ ไม่สามารถเดินทางมาได้ แต่ได้แสดงเจตจำนงชัดเจนว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะลงสม้ครในนามพรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนทางภาคอีสาน ก็มีที่จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ก็กำลังให้ขยายฐาน และให้ยืนยันสมาชิกภาพ แล้วส่งเข้ามาที่ทำการพรรค

“ยอมรับว่ากังวลที่อดีตส.ส.จะย้ายไปสังกัดพรรคอื่น เพราะแปลว่าจะทำให้ตัวเลข ส.ส.ของพรรคลดลง แต่นาทีนี้เมื่อมีออก ก็ต้องมีเข้า ซึ่งผมไม่โกรธพรรคไหน หรือโกรธใคร อย่างไรก็ดีตอนนี้มีอดีตส.ส.ระดับเกรดต้นๆ ของพรรคการเมืองอื่น โทรศัพท์มาถึงผม เพื่อเตรียมจะย้ายมาสังกัดและพร้อมลงเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งผมยังบอกรายละเอียดไม่ได้ เพราะต้องรักษามารยาทแต่ยืนยันว่ามีแน่นอน” นายวราวุธ กล่าว

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ หากอดีต ส.ส. ของพรรคย้ายไปสังกัดพรรคอื่นแล้วคะแนนเสียงของพรรคจะลดลงไปด้วย นายวราวุธ กล่าวว่า ยอมรับว่า กังวลเหมือนกันว่า คะแนนจะตามเจ้าตัวไป แต่อย่างที่บอกแล้วว่า  มีออกก็มีเข้า ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งหน้าในแต่ละพื้นที่คงมีการแข่งขันกันอย่างน่าสนใจ อาจมีการโยกย้ายถ่ายเปลี่ยนกันระหว่างพรรคนี้พรรคนั้น ก็ถือเป็นความสนุกสนาน สีสันทางการเมือง เมื่อปี่กลองเลือกตั้งดังขึ้น ซึ่งเราทุกคนหวังว่า เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

“การย้ายเข้าย้ายออกของสมาชิกพรรค หรือส.ส.นั้น เป็นเรื่องปกติทางการเมือง แต่ที่สำคัญ วันที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ปากกาของแต่ละคนจะจรดอยู่กับแบบฟอร์มของพรรคใด ตรงนั้นเราก็ไปลุ้นกันอีกที บางข่าวบอกว่า คนนั้นไปแล้ว คนนี้ไปแล้ว แต่ที่สุดแล้วก็อาจจะมาอยู่กับเรา หรือบางคนบอกว่า ยังอยู่ แต่พอถึงเวลาอาจไปปรากฏตัวที่อื่น ดังนั้นอย่าเพิ่งโอนเอนตามกระแสต้องรอดูความเป็นจริงดีกว่า” นายวราวุธ กล่าว

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่จะสนับสนุนนายกฯ นอก นายวราวุธ กล่าวว่า พรรคยืนยันจะสนับสนุนบุคคลที่พรรคเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งตามระบบรัฐสภา พรรคต้องเสนอชื่อ และให้สมาชิกสภาฯ ตัดสิน ส่วนประเด็นนายกฯ คนนอก พรรคชาติไทยพัฒนาคงไม่บอกว่า คนนอกหรือคนใน แต่วันนี้สังคมบอกว่า ไม่เอานายกฯคนนอก จะเอานายกฯ คนใน แต่จะสังเกตว่า เมื่อ 5-6 ปีก่อน สังคมก็บอกว่า ไม่เอานายกฯคนใน แต่จะขอนายกฯคนนอก ดังนั้นจะเห็นว่า สังคมในแต่ละยุคสมัยจะเปลี่ยนสลับอยู่อย่างนี้ ทั้งนี้พรรคชาติไทยพัฒนาก่อตั้งมาบนพื้นฐานของความเป็นประชาธิปไตย ดังนั้นเมื่อเลือกตั้งเสร็จ เข้าสภาฯ เราก็ต้องเลือกนายกฯจากชื่อที่ทางพรรคเสนอเข้าสภาฯ และหารือร่วมกันกับพรรคร่วมรัฐบาล หรือสภาผู้แทนราษฎรว่า จะเสนอใคร

เมื่อถามอกครั้งว่า การเลือกนายกฯ ในสภาฯ ยังยืนยันใช่หรือไม่ว่าเลือกจากคนที่เป็น ส.ส. นายวราวุธ กล่าวว่า ในเบื้องต้นเมื่อเราเข้าสภาฯ แล้วตามที่กฏหมายกำหนด คือ นายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. โดยพรรคการเมืองที่อยู่ในสภาฯเสนอเข้าไป

พรรคชาติไทยพัฒนา

พรรคชาติไทยพัฒนา

พรรคชาติไทยพัฒนา

พรรคชาติไทยพัฒนา