หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม“ผบ.ตร.”สั่งระดม กวาด ล้าง ยาเคนม เร่ง สืบหาต้นแหล่งผลิต

“ผบ.ตร.”สั่งระดม กวาด ล้าง ยาเคนม เร่ง สืบหาต้นแหล่งผลิต

วันนี้ (11 มกราคม 2564) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผบ.ตร. และพล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วยผบ.ตร. กำกับดูแลเรื่องยาเสพติดและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส. ) เร่งรัดสืบสวนหาขบวนการค้ายาเสพติดวิเคราะห์สารเสพติดอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบว่ามีส่วนผสมของอะไรบ้าง

สำหรับกรณีมีผู้เสพยาเสพติดและเสียชีวิตหลายรายพร้อมกันในวันเดียว และมีผู้น็อกจากฤทธิ์ยาอีก 11 ราย ทั้งหมดจะเสพยาเสพติดชนิดใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมของหมู่วัยรุ่นเรียกว่า “เคนมผง” ทางบช. ปส. รายงานว่ายาคีตามีน (เค) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 แต่เดิมจะเป็นแบบน้ำ วิธีการเสพจะเอามาเวฟแล้วสูดดมโดยบางคนอาจมีเสพยาจำพวกอีรามีน 5 (ไฟว์ไฟว์) หรือยาอีควบคู่ประกอบ หรือยาเสพติดชนิดอื่นประกอบ เช่นโคนาซีแพม (เซ่หนอน) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 4 คล้ายยานอนหลับ

ส่วนใหญ่ลักลอบเข้ามาขายทางชายแดนโซนฝั่งจ.สระแก้ว และอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากที่เคยตรวจค้นในประเทศไทยเคยพบผู้ขายมีการเอายาพารามาบดเจือผสมเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำหนักขาย บก.ปส.3 เคยจับกุมเมื่อ ก.ย. 2563 ที่บริเวณขนส่งจังหวัดเชียงใหม่เตรียมส่งไปต่างประเทศแถวตะวันออกกลาง

สำหรับกรณีดังกล่าวรอผลการชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต และผลการตรวจสารเสพติดจากกองพิสูจน์หลักฐานโดยเร่งรัดให้ดำเนินการจับกุมทั้งขบวนการ

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมทั้ง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 เข้ามารายงานรายละเอียดในคดีนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุย

ด้าน กองบัญชาการตำรวจนครบาล สรุปเหตุการเสียชีวิตจากการเสพยาเคนม ในพื้นที่ บช.น. ในห้วงที่ผ่านมา ดังนี้ สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งเหตุมีคนเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการเสพยาเคนม 5 คดี มีผู้เสียชีวิต 6 คน รักษาตัวที่โรงพยาบาล 1 คน, สน.สุทธิสาร รับแจ้งเหตุมีคนเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการเสพยาเคนม 1 คดี มีผู้เสียชีวิต 1 คน, สน.ทุ่งมหาเมฆ รับแจ้งเหตุมีคนเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการเสพยาเคนม 1 คดี มีผู้เสียชีวิต 1 คน

ส่วนกรณีที่ปรากฏข่าวตามพื้นที่ สน.อื่น ๆ ว่ามีการเสียชีวิตเพิ่มเติมนั้น อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ เนื่องจากไม่ปรากฏพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามในเวลา 14.30 น. พล.ต.ท.ภัคพงษ์ พงษ์เภตราผบช.น. จะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าทางคดีที่เกี่ยวข้อง ที่ สน.วัดพระยาไกร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวเวลา13.30น.เบื้องต้นได้สั่งการให้ตำรวจปราบปยาเสพติด ( บช.ปส.)​ลงพื้นที่สืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อกวาดล้างจับกุมรวมถึงสั่งการให้ทุกพื้นที่ตรวจสอบในสถานบริการและสถานที่ที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดประเภทนี้

เวลาต่อมา พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกตร. กล่าวถึงกรณียาเคนมผงระบาดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฆ่าชีวิตผู้เสียนับสิบรายว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้นอยู่ระหว่างส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่นิติเวชโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ทั้งนี้คาดว่าเสียชีวิตจากระบบหายใจและหมุนเวียนโลหิตล้มเหลว ส่วนจะตายเพราะยาเสพติดหรือไม่ ต้องรอผลตรวจการวิเคราะห์โดยละเอียดของแพทย์ผู้ชันสูตรอีกครั้ง ในวันนี้ยังบอกผลไม่ได้ ซึ่งพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 5
ทั้งนี้หากเป็นไปตามสันนิษฐานที่บช.ปส.ให้ข้อมูลมา ยาตัวนี้น่าจะเป็นส่วนผสมของเฮโรอีน เคตามีน ยาไอซ์ และยานอนหลับชนิดหนึ่ง ซึ่งมีฤทธิ์กดประสาท และกระตุ้นประสาท จึงทำให้เกิดเอฟเฟคต่อร่างกาย เป็นเรื่องของการทดลองของกลุ่มผู้เสพยาในการนำยาเหล่านี้มาผสมผสานกัน เป็นการอยากลองของใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องอันตราย

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวต่อว่า ส่วนผสมของยาเสพติดชนิดนี้จะมีอะไรบ้าง อยู่ระหว่างส่งให้ป.ป.ส. ตรวจวิเคราะห์ ซึ่งจะทราบผลตรวจในเร็วๆ นี้ว่ามีส่วนผสมของ 4 ชนิดข้างต้นหรือไม่ หรือจะมีส่วนผสมอื่นเพิ่มเติมไหม ทั้งนี้หลังจากทราบข่าวเมื่อเช้านี้ทาง พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้บช.ปส. ลงไปตรวจสอบในสถานที่ที่คาดว่ายาเสพติดชนิดนี้จะแพร่ระบาด รีบดำเนินการกวาดล้าง รวมถึงสั่งการให้ทุกพื้นที่ตรวจสอบในสถานบริการและสถานที่ที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดประเภทนี้ อย่างไรก็ตามอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของบช.ปส. ทั้งพยานแวดล้อม และผู้เสพที่ยังไม่เสียชีวิต เพื่อหาความเชื่อมโยงว่าแต่ละจุดจะมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่

โฆษก ตร. ยังกล่าวเตือนว่า ยาเสพติดไม่ว่าจะผสมหรือไม่ผสมอะไรก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีอยู่แล้ว ทั้งทำลายสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ ที่สำคัญเป็นความผิดตามกฎหมาย จึงอยากฝากเตือนว่า ตราบใดที่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นการเสพ การจำหน่าย นอกจากจะทำลายตัวเอง และประเทศชาติแล้ว ยังมีความผิดตามกฎหมาย เมื่อเจ้าหน้าที่เจอก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย

ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เรียก พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.สส.บก.น.5 เข้ารายงานข้อมูลเหตุมีผู้เสียเสพสารเสพติด “เคนมผง” เสียชีวิตหลายรายในพื้นทีกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)

ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการเรียกมาฟังความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น อาจมีผู้มาจำหน่ายให้ หรือมีแหล่งไปเสพร่วมกัน ต้องไปขยายผล ทั้งนี้ยังไม่ยืนยันองค์ประกอบของสารตามที่เป็นข่าวว่าเป็นเคตามีนผสมยานอนหลับ เพราะต้องรอผลรายงานแพทย์ แต่ในชั้นนี้เคตามีนเป็นยาที่ใช้ในห้องผ่าตัด เมื่อมาแปลงสภาพใช้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เราจึงได้กำชับเรื่องควบคุมการจำหน่าย ให้ บชน. ภ.1-9 บช.ปส. ต้องลงไปดูเรื่องแหล่งจำหน่าย รวมทั้งสารบางตัวนอกจากต้องใช้ใบสั่งแพทย์ อาจนำเข้ามาตามแนวชายแดน บางคนเรียกว่า โคนาซีแพม หรือ เซ่หนอน นำไปผสมเฮโรอีน พาราเซตามอน ซึ่งอะไรที่สามารถควบคุมแหล่งจำหน่ายได้ เราก็จะเร่งดำเนินการ เช่น ตามแหล่งจำหน่ายเปิด ร้านขายยา ได้ควบคุมตามกฎหมายหรือไม่ เพราะยาบางตัว ซื้อขายได้ หากมีใบสั่งแพทย์

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่นครบาล ได้สั่งการให้ทุกโรงพักต้องลงไปตรวจสอบพื้นที่ สืบสวนแบบเปิดเผยและเชิงลึก หากมีการจำหน่ายต้องตามหาตัวผู้ขายให้ได้ แหล่งที่มีการซื้อขาย และแหล่งที่ไปเสพ ทั้งนี้ที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุการณ์เสพยาภายในวันเดียวและเสียชีวิตหลายราย โดยเฉพาะ สน.วัดพระยาไกร ท้องที่เดียว 5 ราย ตนเชื่อว่าตัวยาบางส่วนอาจนำเข้าผิดกฎหมาย การควบคุมพวกนี้หากหละหลวมต้องไปขันน็อตกันใหม่ ก็ได้สั่งการไปทุกหน่วยทั้ง บช.น. ภ.1-9 บช.ปส. สอบสวนกลาง ลงไปตรวจสอบ เช่น ร้านขายยาที่จำหน่ายตัวยาส่วนผสมสารสเพติด ได้จำหน่ายตามกฎ กติกา หรือไม่

ส่วนสถานการณ์มีผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ต้องเฝ้าระวังอยู่แล้ว เรื่องที่ต้องกำชับกันคือเรื่องเดิมคือโควิด-19 ว่ามีแหล่งแพร่ระบาดต้องขันน็อตกันทุกวันและคอยดู ทั้งเรื่องสถานบริการ บ่อนการพนัน หรือบางพื้นที่อาจเป็นคอนโดมิเนียมที่ไปนัดกัน ต้องใช้วิธีการสืบสวนหาข่าว เพราะฉะนั้นจะต้องเน้นการตรวจสอบหาสถานที่พักด้วย ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการพูดกันอยู่แล้วไม่ได้มีตำรวจเพียงหน่วยเดียว มีหลายหน่วยช่วยกัน โดยในต่างจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้า ต้องช่วยกันตรวจตรากำชับ ทั้งนี้เมื่อมีผู้เสียชีวิต เสียชีวิตก็ต้องกลับไปไล่ว่าเสียชีวิตตอนไหนอย่างไร ใครอยู่ด้วย ณ เวลานั้น บางคนได้ไปพูดคุยแล้วหากเราพูดไปต่อไปเขาคงจะไม่ให้ความร่วมมือ เพราะบางคนไม่อยากเป็นข่าว เป็นพยาน หรือรู้เห็นอะไรเรื่องเหล่านี้

เมื่อถามว่าคดีนี้มีเยาวชนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทางผบ.ตร. กล่าวว่า วันนี้ได้สั่งการให้สำนักการแพทย์ของตำรวจ และทีมของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด อย. และป.ป.ส. มาทำรายละเอียดเรื่องตัวยา วิธีการเสพ ลักษณะอาการต่างๆ และจะทำประชาสัมพันธ์ ซึ่งไม่อยากตอบเองวันนี้ บางตัวก็ใช้วิธีการสูดระเหย การเป็นเกร็ด ซึ่งไม่เห็นเครื่องมือ ยังไม่มีเข็ม ไม่ต้องฉีดเข้าเส้น แต่อาจมีกรวย กระดาษตะกั่ว ไฟเช็ค ฯลฯ พูดถึงตัวอื่น สารตัวนี้ต้องรอให้ตกผลึกก่อน ซึ่งต้องไปแยกสารว่ามีอะไรอยู่บ้าง ที่พูดกันว่า มี เฮโรอีน โรเซ่ ผสมอยู่นั้น ก็เป็นข่าว ซึ่งต้องดูในรายละเอียดว่ามีกร่ประเภทอะไรบ้าง หลังจากนั้นจะทำเป็นอินโฟรกราฟฟิกเผยแพร่ออกไป

ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานล่าสุดเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นชาย 3 หญิง 3 เหตุเกิดในท้องที่ สน.วัดพระยาไกร 5 ราย และสน.สุทธิสาร 1 ราย ผู้เสียชีวิตมีอายุระหว่าง 21-34 ปี และเชื่อว่าทั้งหมดเสียชีวิตจากยาเสพติด เนื่องจากในที่เกิดเหตุตรวจพบผงสีขาว ซึ่งเชื่อว่าเป็นยาเสพติด อยู่ระหว่างส่งตรวจพิสูจน์ว่าเป็นยาเสพติดดังกล่าวประกอบด้วยอะไรบ้าง ในวันพรุ่งนี้(12 มกราคม) จะทราบผล และยังไม่พบข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

เมื่อถามว่ายังมีผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวในโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต 6 ราย อีกหรือไม่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบ ทั้งนี้ตอนไปพบผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ในอาการหมดสติอยู่ บางรายเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตามต้องรอผลตรวจจากทางแพทย์ ส่วนการสอบปากคำอยู่ระหว่างดำเนินการสอบปากคำ ซึ่งมีหลายราย ส่วนการกวาดล้างในพื้นที่ได้ทำอยู่ตามปกติ ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้จับกุมยาเสพติดได้จำนวนหนึ่ง อยู่ระหว่างขยายผล

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img