นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวว่าภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 รัฐบาลจะหาข้อสรุปในเรื่องของการลงทุน7อุตสาหกรรมใหม่ในEECโดยจะต้องได้ข้อสรุปของการเชิญชวนนักลงทุนจากต่างประเทศเข้าร่วมลงทุนในพื้นที่และนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนภายในประเทศ ต่อยอดอุตสาหกรรมของไทยอาทิ อุตสาหกรรมเกษตร อาหาร ยานยนต์ไฟฟ้าโดยการทำงานจะต้องอาศัยความร่วมมือของภาคเอกชนที่มีศักยภาพซึ่งเวลานี้ประเทศไทยมีบริษัทขนาดใหญ่จำนวน 22 บริษัทเป็นที่ยอมรับในระดับโลกสามารถขับเคลื่อนประเทศให้มีความเข้มแข็งได้และจากนี้ไปจะถือเป็นการทำงานเชิงรุกร่วมกับรัฐบาลโดยในเวลานี้มีนักลงทุนต่างชาติหลายประเทศให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนในประเทศไทยอาทินักลงทุนจากสหรัฐอเมริกา

ในขณะที่ผู้ประกอบการ SMES ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจเวลานี้ต้องการให้ทางหอการค้าไทยรวบรวมข้อมูลเสนอตรงต่อรัฐบาลเพื่อใช้หารือร่วมกับสถาบันการเงิน ในการเพิ่มสภาพคล่องมากยิ่งขึ้นเพราะต้องยอมรับว่าข้อมูลจากภาคเอกชนมีความครอบคลุมมากกว่าภาครัฐ

และสำหรับการส่งออกของประเทศนั้นต้องมีการปรับตัวผลิตสินค้าด้วยนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าจะอาศัยแรงงานต่างด้าวเพื่อลดต้นทุนเหมือนเช่นที่ผ่านมาคงไม่สามารถทำได้เพราะจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคตประเทศไทยต้องมีการพัฒนาสินค้าส่งออกให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมพลังงานสะอาดและการลดโลกร้อนโดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกาหลังจากมีการเปลี่ยนประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่เชื่อว่ากติกาของการทำการค้าจะเปลี่ยนแปลงไปและให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าที่ลดคาร์บอนมากขึ้นตามเป้าหมายในการควบคุมอุณหภูมิของโลกให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสต่อปี