เสียงดังฟังชัดของ “คสช” ประกาศตั้งแต่ลงมือยึดอำนาจรัฐประหาร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ว่าภารกิจสาคัญ คือการเข้ามาปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น โดยไล่ล่านักการเมืองเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นทิวแถว

ดูเหมือนระยะแรกคึกคักอย่างยิ่ง! ระยะสามปีกว่าปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ยังไม่ลดแถมทวีพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในภาครัฐฯ ของข้าราชการประจำ ซึ่งวันนี้ กระทรวงศึกษาธิการเปันเข้าถูกโจมตีอย่างหนัก เรื่อง “โกงเงินคนจนไร้ที่พึ่งและโกงเงินเด็ก”!

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจข่าวการทุจริตในกระทรวง พม. และศธ. ว่า มีผลต่อความเชื่อมันรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทบต่อภาพลักษณ์ขาดความน่าเชื่อถือและรู้สึกผิดหวังหลายเรื่อง

แม้ประเด็นร้อนของเงินคนจน ที่พบทุจริตค่อนประเทศ และปปท.ทำงานอย่างหนักเพื่อขุดรากถอนโคนให้ได้ แต่ระดับ “บิ๊กตัวใหญ่” ข้าราชการประจำยังลอยนวลกินเงินเดือนเท่าเดิม สะบายใจเฉิบ!

พ.ท. กรทิพย์ ตาโรจน์ เลขาธิการสำนักงานปราบปรามป้องกันการทุจริตภาครัฐ (ปปท.) ระบุว่า จัดการตรวจสอบเชิงลึก ทั้งของ ปปท.และ ปปง. พบว่ามีการกระทำเป็นขบวนการเชื่อมโยง “บิ๊ก” กระทรวงพัฒนาสังคมฯ มายาวนาน มีการขนเงินสดส่ง “บิ๊กพม.” เป็นจำนวนมากในสถานที่ราชการ เชื่อว่าจะลากคอคนผิดที่เกี่ยวข้องของศูนย์คุ้มครองคนจนไร้ที่พึ่งมาได้อีกไม่นาน!

ด้านรองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรม ม.รังสิต ชี้โกงเงินคนจนเป็นอำมหิตของระบบ สะท้อนวิกฤตคอรัปชั่นรุนแรงที่สุด ถ้าไม่ยกระดับสู่การปฏิรูประบบราชการ “ไทยแลนด์ 4.0” ยุทธศาสตร์ชาติก็แค่การโฆษณาชวนเชื่อ!! เพราะเรื่องนี้ทำสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน ขบวนการต้องมีข้าราชการระดับสูงชักใยอยู่เบื้องหลัง ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถโกงเงินคนจนได้เกือบทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย

วาระนี้ถือเป็นการประจานระบบข้าราชการครั้งใหญ่ ที่สังคมต้องจับตาว่า เรื่องนี้จะถูก “ตัดตอน” เอาผิดแค่ระดับล่างหรือไม่? จะพิสูจน์ความจริงใจรัฐบาลประกาศจะปราบโกง ให้สิ้นซาก เป็นแค่ยาหอมขวดใหม่ ตอนเข้ามายึดอำนาจเท่านั้น!!