นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย รวมถึงนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมายังศาลแพ่งรัชดา เพื่อยื่นคำฟ้องขอให้ เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมทั้งขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวต่อการชุมนุมของเยาวชน โดย นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตนเองในฐานะโจทก์ที่ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะเห็นว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ใช้กฎหมายในการสลายการชุมนุมของเยาวชน จึงร้องขอต่อศาลให้พิจารณาว่าประกาศและคำสั่งที่ออกนั้น ไม่ชอบด้วยกฏหมายจึงขอให้ถอนประกาศดังกล่าวทั้ง 2 ฉบับ คือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงและประกาศแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ ที่ออกวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ซึ่งมีการอ้างกฎหมายฉบับเดียวกัน คือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตามมาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 9 และประกอบมาตรา 11 รวมถึงคำสั่ง ของนายกรัฐมนตรีที่แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ ต้องการให้มีการยกเลิกทั้งหมด เพื่อไม่ให้คำสั่งทั้งหมดมีผลในการบังคับใช้ ซึ่งหากศาลมีคำสั่งวินิจฉัยเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ก็มีเหตุอันควรที่จะเป็นขอรับรองว่าการกระทำนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกคน จะมีความผิดโดยเข้าข่ายจงใจละเมิดบทบัญญัติของกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีการร้องขอให้มีการไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อคุ้มครองเยาวชนที่ร่วมการชุมนุมและผู้ที่ถูกกระทำในการชุมนุม ให้มีการคุ้มครองชั่วคราว

ขณะเดียวกัน นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ และนายเกษม ศุภสิทธิ์ ทนายความ ได้เดินทางมาเป็นโจทก์ร่วมกัน ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ ให้เพิกถอน พรก.ฉุกเฉินฯ เนื่องจากเห็นว่า การชุมนุมนั้นเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ปราศจากอาวุธ ด้วยเช่นกัน รวมถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ออกคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย