เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในสถานการณ์การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองในวันนี้ หลังผู้ชุมนุมคณะราษฎร์ได้ประกาศเปลี่ยนเวลารวมตัวกันในช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจได้จัดวางกำลังควบคุมฝูงชน 99 กองร้อย เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยตามขั้นตอนปฏิบัติ โดยตำรวจจะคำนึงว่าอะไรทำแล้วอาจเกิดเหตุการณ์บานปลาย ตำรวจก็จะพิจารณาอย่างรอบคอบ หากผู้ชุมนุมไม่ทำผิดกฎหมาย ตำรวจก็จะไม่เข้าไปยุ่ง พร้อมยืนยันตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้ง และต่างตนต่างทำหน้าที่ของตนเอง ทั้งนี้ขอความร่วมมือกับผู้ชุมนุมทุกกลุ่มที่มีการรวมตัววันนี้ อาทิผู้ชุมนุมกลุ่มอดีตพระพุทธอิสระ , กลุ่มของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ , และกลุ่มคณะราษฎร์ 63 ให้ศึกษากฎหมาย และไม่กระทำการใดที่ละเมิดกฏหมายหรือสิทธิของผู้อื่น และห้ามชุมนุมค้างคืน ซึ่งหากทำผิดกฎหมาย ตำรวจก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนโดยไม่คำนึงว่าเป็นผู้ชุมนุมกลุ่มใด ทั้งนี้ตำรวจก็จะดูแลเรื่องการข่าวป้องกันไม่ให้มีกลุ่มมือที่ 3 เข้ามาแทรกแซง และป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมกลุ่มที่มีความเห็นต่างกันมาเผชิญหน้ากัน

ขณะที่การจับกุมแกนนำ 21 รายของคณะราษฎร์ 63 เมื่อวานนี้ ตำรวจแจ้ง 10 ข้อกล่าวหา คือ ร่วมกันมั่วสุม 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน, ร่วมกันทำร้ายผู้อื่น, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.จราจรทางบก, พ.ร.บ.รักษาความสะอาด, และพ.ร.บ.โรคติดต่อ จากกรณีใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ดำเนินการให้เกิดความวุ่นวาย ใช้สีสาดใส่ตำรวจ และขว้างปาวิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ โดยตำรวจจะคุมตัวไปยื่นฝากขังต่อศาลที่มีอำนาจแต่ละแห่ง ส่วนจะค้านประกันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวน

ทั้งนี้ตำรวจยืนยันว่าการจับกุมเป็นไปตามขั้นตอน หลังมีการเตือนและเจรจาแล้วแต่ไม่เป็นผล อีกทั้งเป็นความผิดซึ่งหน้า ตำรวจสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายควบคุมตัวได้ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลายกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้อื่น หากไม่จับกุมก็จะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ย้ำตำรวจไม่ได้มุ่งใช้กฎหมายจับกุมอย่างเดียว ส่วนการชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวานนี้ ได้ให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันรวบรวมพยานหลักฐาน จากการบันทึกภาพวิดีโอต่างๆไว้แล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลใด

ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ตำรวจไม่มีการปิดการจราจรเส้นทางใด แต่ขอให้ประชาชนหลีกเบี่ยงเส้นทาง 5 เส้นทาง ถนนราชดำเนินกลาง ถนนดินสอ ถนนหลานหลวง ถนนตะนาว และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า