ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ต้องหาในลักลอบล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา นายเปรมชัย เพิ่มอีก 1 ข้อหาในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.กรมศุลกากร ปี 2535 เนื่องจากไม่พบประวัตินำเข้างาช้างแอฟริกา ซึ่งกรมศุลกากรได้ส่งผลการตรวจสอบมาเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา โดยงาช้างมีมูลค่าทั้งสิ้น 4 ล้านบาท

ส่วนกรณีการเรียกค่าเสียหาย นายเปรมชัย เกี่ยวกับการล่าสัตว์ป่าฐานทำลายระบบนิเวศ นั้น ล่าสุดกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ทำการเรียกค่าเสียหายเกือบ 13 ล้านบาท แต่จะแบ่งเป็นค่าเสียหายอะไรบ้าง นั้น เป็นข้อมูลสำนวนการสอบสวน ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาแล้ว

ขณะที่ทางอัยการภาค 7 ตีกลับสำนวนกลับมาให้ตำรวจทำการสอบสวนเพิ่มเติมรอบที่ 2 นั้น เป็นเรื่องปกติที่อัยการมีประเด็นสงสัยก็จะให้ทำการสอบสวนให้เกิดความชัดเจน หรือ สิ้นข้อสงสัย อีกทั้งทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพิ่งส่งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คือ ดีเอ็นเอสัตว์ป่าในถุงขยะที่พบในจุดตั้งแคมป์ของ นายเปรมชัย มาให้พนักงานสอบสวน จึงต้องสรุปสำนวยส่งให้อัยการเพิ่มเติม

นอดจากนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยังระบุถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจในการทำคดีกังกล่าว ว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการทุกอย่างตามพยานหลักฐาน และ ขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่งอยากเตือนบุคคลตั้งข้อสงสัยการทำงานของตำรวจ ว่า การตั้งข้อสงสัยก็ควรให้อยู่ในขอบเขต มิฉะนั้นอาจจะถูกฟ้องกลับได้ และ คิดว่าคนที่ตั้งสงสัยคงว่างงาน จึงมีเวลามาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าว