ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง ว่าด้วย การประสาน สนับสนุนข้อมูล และการดำเนินงานด้านพิษวิทยาของยาเสพติด ระหว่างหน่วยงานหลักด้านนโยบาย และยุทธศาสตร์ยาเสพติดกับหน่วยงานทางวิชาการและการปฏิบัติการ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเกี่ยวกับพิษวิทย

นายศิริทร์ยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบเด็กและเยาวชนนำยาที่ใช้ในทางการแพทย์มาใช้ในทางที่ผิดจำนวนมาก ป.ป.ส. จึงขอความร่วมมือจากศูนย์พิษวิทยา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์หาสารพิษหรือผลร้ายที่จะเกิดกับร่างกาย กรณีนำยาแก้ปวด ยาแก้หวัด หรือยาแก้ไอ มารับประทานเป็นสารเสพติด ซึ่งจากข้อมูลพบว่ากลุ่มคนเหล่านี้ต้องเข้ารับการรักษาตัว ในโรงพยาบาล เนื่องจากได้รับผลข้างเคียงจากการเสพสารเสพติดดังกล่าว โดยคาดว่าการลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ จะสามารถสื่อสารไปยังผู้ปกครอง ครูอาจารย์ ให้ช่วยตักเตือนเด็กและเยาวชนได้

ที่ผ่านมามีข้อมูลการจับกุมผู้ลักลอบนำเข้า และจำหน่ายยาทามาดอลจำนวน 3-4 แสนเม็ด ซึ่งองค์การอาหารและยา (อย.) มีการควบคุมการจำหน่ายยาประเภทนี้ เนื่องจากหากรับประทานมากเกินไป จะส่งผลอันตรายต่อร่างกาย

ขณะที่ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ระบุว่า ศูนย์พิษวิทยาจะสนับสนุนผลการตรวจตัวยาจากห้องปฏิบัติการ รวมทั้งหาองค์ความรู้ด้านพิษวิทยาในตัวยาใหม่ๆ เช่น ยาแก้ปวดเม็ดเขียวเหลือง ที่นิยมนำมาใช้เป็นสารเสพติด และยาที่ใช้ในทางวิสัญญีแพทย์ โดยยอมรับว่าการควบคุมการจำหน่ายยาเหล่านี้ ยังหละหลวม ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายและนำมาใช้อย่างผิดวิธี

ทางด้านศาสตราจารย์ นายแพทย์วินัย วนานุกูล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี ยกตัวอย่างการใช้ยารักษาโรคในทางที่ผิดว่า หากมีการใช้ยาเม็ดเขียว เหลือง ในปริมาณที่มากกว่าปกติ จะก่อให้เกิดอาการชักได้

 

ศิรินทร์ยา สิทธิชัย