นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตนเองว่า แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมว่า คนที่ฟังอยู่คงรอฟังการอภิปรายบนเวทีว่า รัฐบาลบริหารผิดพลาดอย่างไร แต่แกนนำพูดประเด็นนี้น้อย และเปลี่ยนเป็นข้อเรียกร้อง 10 ข้อแทน ทำให้เจตนารมณ์ของการชุมนุมอ่อนลง การยอมรับต่ำลง โดยปกติกระบวนการเดินขบวนจะต้องมีความชัดเจน 3 เรื่อง 1.เจตนารมณ์ที่ชัดเจน 2.แกนนำคือใคร เพราะเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบ 3.การเคลื่อนตัวของขบวนปกติ การเคลื่อนจะไม่เคลื่อนง่าย จะเคลื่อนต้องมีวัตถุประสงค์ แต่การชุมนุมครั้งนี้ สับสนไม่มีแกนนำที่ชัดเจน ข้อเรียกร้อง และการเคลื่อนตัวก็ไม่ชัด มองว่าทุกอย่างผิดความคาดหมายทั้งสิ้น ทำให้น้ำหนักการเรียกร้องน้อยลง

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมผิดพลาดมาก เพราะหากเรียกร้องแค่ 3 ข้อ คือ หยุดคุกคามประชาชน แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เป็นข้อเรียกร้องที่ชอบธรรม และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต้องฟัง แต่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง 10 ข้อซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน ทำให้การชุมนุมเสื่อม การยอมรับต่ำลง เมื่อสุดโต่งจะล้มลงเอง

สำหรับประเด็นที่ผู้ชุมนุมปราศรัยว่า ต้องการลดอำนาจ ส.ว. 250 คนนั้น นายวัลลภ กล่าวในนามส่วนตัว พร้อมแก้ไขรัฐธรรมนูญยกเว้นหมวด 1 หมวด 2 แต่ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้เปิดกว้าง ตนเองรับไม่ได้ เชื่อว่า นอกจาก ส.ว. แล้ว ส.ส. ก็ไม่สนับสนุน รวมถึงประชาชนรับไม่ได้ โดยยืนยันอีกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งไม่ได้ เพราะทุกคนมีความคิดของตัวเอง เป็นเอกเทศ และนายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยสั่ง รวมถึงตอนเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย