เตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์อ้างอิงดอกเบี้ยอ้างอิงตัวใหม่เต็มหน้าตัก

นายเพา จาตกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจบริหารเงิน ธุรกิจขนาดใหญ่ธนาคารซีไอเอ็มบีไทยเปิดเผยว่าหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มเผยแพร่อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงใหม่ที่เรียกว่า THOR (Thai Overnight Repurchase Rate) ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่คำนวณจากธุรกรรมกู้ยืมระยะข้ามคืนในตลาดซื้อคืนพันธบัตรระหว่างธนาคารเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 และธนาคารซีไอเอ็มบีไทยเข้าทำสัญญาอนุพันธ์อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงตัวใหม่ THOR เป็นธุรกรรมแรกของประเทศได้แก่ธุรกรรมอนุพันธ์ Overnight Index Swap หรือ OIS ที่อ้างอิงกับ THOR ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยคิดเป็นมูลค่าประมาณ 800 ล้านบาทเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563ที่ผ่านมานั้นในปีนี้ธนาคารตั้งเป้ารายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจตลาดเงินเติบโต 15-20% ซึ่งปัจจุบันสามารถทำได้เกินเป้าหมายไปแล้ว จากปัจจัยหนุนที่กลุ่มผู้ประกอบการกลับมาออกหุ้นกู้มากขึ้น หลังจากสถานการณ์ โควิค-19 คลี่คลายส่งผลให้ผลตอบแทนจากพันธบัตรมีความผันผวนลดลงทำให้นักลงทุนในตลาดมีความเชื่อมั่นมากขึ้น โดยในปีนี้คาดว่ามูลค่าการออกหุ้นกู้จะสูงกว่าปีก่อนที่มีมูลค่ารวมที่ 500,000 ล้านบาท และในครึ่งปีหลังจะมีกลุ่มอุตสาหกรรมสาธารณูปโภคที่เตรียมจะออกหุ้นกู้ 2-3 ดีล และถือว่าเป็นดีลที่มีขนาดใหญ่และยังมีอีกหลายดีลที่อยู่ในระหว่างการเตรียมตัวนอกจากนี้ธนาคารจะออกไปให้ความรู้เรื่องอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงตัวใหม่ให้ลูกค้ารายต่อรายเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าเข้าใจด้วยความที่ THOR เป็นเรื่องใหม่และเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาตลาดการเงินของไทยเพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่มีความโปร่งใสเพราะ THOR ไม่ได้ใช้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้โควตราคาแต่อ้างอิงบนธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริงอีกทั้ง THOR เป็นดอกเบี้ยที่มีเสถียรภาพไม่ผันผวนมากนักและยังสะท้อนสภาพคล่องที่แท้จริงของค่าเงินบาทและสะท้อนอัตราดอกเบี้ยที่ควรจะเป็นอีกด้วยขณะเดียวกันธนาคารมีแผนจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่จะนำเอาอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง THOR มาใช้มากขึ้นเพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์ที่ธนาคารมีอยู่แล้วทั้งธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรหุ้นกู้ตราสารอนุพันธ์รวมถึงธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินที่อ้างอิงกับ THOR

“หลังจากธปท. ประกาศจะใช้ดอกเบี้ยตัวใหม่ซีไอเอ็มบีไทยเห็นโอกาสที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาตลาดนี้เราเตรียมความพร้อมและงานหลังบ้านทันทีทั้งความพร้อมของแบงก์ที่มีทั้งฝั่งTreasury, Risk, Operations, Finance และ Legal เรียกได้ว่าเกี่ยวข้องกับเกือบทุกสายงานในแบงก์หลังจากเราพร้อมแล้วจึงได้เริ่มเข้าไปโควตราคาครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 และโควตราคาต่อเนื่องถึง 2 เดือนจึงมีธนาคารกสิกรไทยเข้ามา hit ราคาและเกิดธุรกรรมแรกหลังจากนั้นได้เกิดธุรกรรมเกิดขึ้นอีก 2 ธุรกรรมซึ่งธนาคารจะเข้าไปโควตราคาเรื่อยๆเพราะเราถือว่าการพัฒนาตลาดเป็นหน้าที่หนึ่งของธนาคารอีกด้วยโดยธนาคารซีไอเอ็มบีไทยตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาด 1 ใน 3 ของมูลค่าธุรกรรมในปี 2564” นายเพากล่าว