นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี พร้อมด้วย นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล โฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมาธิการว่า ขณะนี้กรรมาธิการพิจารณาไปแล้ว 13 กระทรวง , 1 กลุ่มหน่วยงาน , และ 11 กองทุน จากทั้งสิน 20 กระทรวง , 9 กลุ่มงาน , 26 กองทุน และอีก 14 แผนบูรณาการ โดยกระทรวงสำคัญที่พิจารณาเสร็จสิ้นแล้วอาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงแรงงาน

สำหรับการพิจารณางบประมาณภาพรวมในส่วนของกระทรวงแรงงานนั้น พบว่า มีการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น 69,838,179,100 บาท ซึ่งนางสาววทันยา กล่าวว่า กรรมาธิการได้ให้ความคิดเห็น และส่วนใหญ่แสดงความเป็นห่วงงบประมาณของกองทุนประกันสังคม ที่ต้องจ่ายเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเจ้าหน้าที่ย้ำว่า ขณะนี้งบในกองทุนคนว่างง่ายมีเพียงพอสำหรับจ่ายให้กับลูกจ้าง พนักงาน ทั้งที่ถูกเลิกจ้าง หรือสมัครใจลาออก ซึ่งขณะนี้ได้ใช้จ่ายเงินจากองทุนนี้ไปแล้ว 3 หมื่นล้านบาท ส่วนเงินจ่ายสมทบประกันสังคม ที่สิ้นสุดมาตรการลดเงินสมทบไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กรรมาธิการได้รับข้อมูลว่า กระทรวงแรงงานกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ลดการจ่ายเงินสมทบเข้าเป็นครั้งที่ 2 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนจากปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน

นอกจากนี้ การพิจารณาบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการพิจารณางบประมาณของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ภาคใต้ชายแดน ตลอดจนภาคตะวันออกและภาคกลาง ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้วิธีการประชุมผ่านทางไกลร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ขณะนี้ผ่านไปแล้ว 18 กลุ่มจังหวัด

ด้านนางสาวพิมพ์รพี กล่าวว่า การพิจารณางบประมาณขององค์กรปกครองท้องถิ่นครั้งนี้ กรรมาธิการให้ความสำคัญกับงบประมาณรายจังหวัดที่ใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์ มีการของบประมาณไปก่อสร้างถนนในหลายจังหวัด ซึ่งไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของการจัดสรรงบประมาณ กรรมาธิการจึงเสนอแนะว่า งบของจังหวัดที่นำไปสร้างถนนนั้น เป็นงบตามภาคกิจของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมอยู่แล้ว จึงเห็นว่า เป็นการใช้งบประมาณที่ผิดวัตถุประสงค์ และเห็นว่าการสร้างถนนในระยะสั้นเพียง 1 – 2 กม. แต่ใช้งบประมาณถึง 50 ล้านบาทนั้น เป็นงบประมาณที่มากเกินไป ดังนั้น จึงเห็นว่าการขอรับงบประมาณของจังหวัดควรไปสร้างถนนที่ไม่มีเจ้าภาพเป็นผู้ดูแลหรือไม่มีงบประมาณดำเนินการหรือสร้างถนนที่ใช้ในการท่องเที่ยวเพื่อการค้าในเส้นทางสายรองซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะทราบดีว่าควรสร้างที่ใด

ส่วนการพิจารณางบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการท้องถิ่นโดยเฉพาะเทศบาลต่างๆที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบที่เกี่ยวกับการบริการสาธารณะด้านการศึกษาเช่นสนับสนุนอาหารกลางวันและนมให้นักเรียน การจัดบริการด้านสังคม เช่นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการที่ประชุมได้มอบให้สำนักงบประมาณและอนุกรรมาธิการท้องถิ่นไปพิจารณา

The post กมธ.พิจารณางบฯ64ไปแล้ว 13กระทรวง appeared first on innnews.