คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิ มนุษยชน ของสภาผู้แทนราษฎร เชิญ ตำรวจและอัยการ เข้าให้ข้อมูล กรณีสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต โดยมีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานกรรมาธิการกิจการศาลฯ เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ในที่ประชุมกรรมาธิการต่าง สอบถามกรณีการกลับคำให้การ และตั้งข้อสงสัยข้อมูลความเร็วของรถอาจถูกบิดเบือน และถามอำนาจ สนช.ส่งความเห็นถึงอัยการต่อคดีนายวรยุทธ พร้อมเรียกร้องให้ส่งรายงานของ สนช.มายังกรรมาธิการทราบด้วย กรรมาธิการยังอ้างถึงกฎหมายสันนิษฐานว่าขับรถเร็วชนคนเสียชีวิต ชนแล้วหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ ทำไมตำรวจไม่ส่งฟ้อง และยังตั้งข้อสังเกตกรณีการว่าจ้างให้มารับผิดแทนหรือไม่ ซึ่งกรรมาธิการยังของให้อัยการชี้แจงเหตุผล ที่ครั้งแรกอัยการสั่งฟ้อง แต่กลับคำสั่งไม่ฟ้องภายหลัง พร้อมถามเรื่องผลตรวจเลือดและผลการตรวจร่างกายของนายวรยุทธ์ โดยเฉพาะมีสารเสพติดหรือไม่ ซึ่งข้อมูลหลักฐานดังกล่าวไม่ปรากฏในสำนวนคดี

โดยพล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ สำนักงานจเรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าคดีนี้ไม่เพียงประชาชนที่สงสัย หรือกรรมาธิการสงสัยเท่านั้น ตัวเองในฐานะตำรวจ รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังเคลือบแคลงสงสัย ซึ่งขณะนี้ขอให้รอความชัดเจนจากกรรมการที่มีอยู่ตอนนี้ 3 ชุด ทั้งคณะกรรมการของอัยการ ตำรวจ และสำนักงานเลขาธิการของนายกรัฐมนตรี

ด้านนายประยุทธ์ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการ ในฐานะประธานตรวจ สอบข้อเท็จจริงกรณีที่อัยการไม่สั่งฟ้องคดี ขอเวลาไปพิจารณารายละเอียดในส่วนของอัยการ ส่วนนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการ รับทุกคำถามของกรรมาธิการเพื่อนำไปหาคำตอบมาชี้แจง พร้อมเล่าว่ารับสำนวนมา 4 มีนาคม 2556 มีผู้ต้องหาที่ 1 นายวรยุทธ 5 ข้อหา คือขับรถขณะมึนเมา ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ชนทรัพย์สินเสียหาย ชนบุคคลทำให้ถึงแก่ความตาย และหลบหนี และพนักงานเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง 2 ข้อหาคือ “เมาแล้วขับและขับรถเร็ว” ซึ่งอัยการเจ้าของสำนวนขณะนั้นพิจารณา สั่งไม่ฟ้องเพียง 1 ข้อหา ส่วนข้อหาขับรถเร็วและอีก 3 ข้อหา อัยการแย้ง สรุปอัยการฟ้อง 4 ข้อหา

เมื่อขั้นตอนถึงอธิบดีอัยการมีการร้องขอความเป็นธรรม และขณะนี้กำลังตรวจสอบรายละเอียดในสำนวน ก่อนจะย้ำว่าในสัปดาห์หน้าอัยการจะชี้แจงอีกครั้งอย่างครบถ้วน เพื่อตอบคำถามต่อสังคม ยันส่วนตัวทำงานตั้งแต่ปี 2521 ไม่เคยรับคำสั่งใครไม่ว่านักการเมืองท้องถิ่นและนักการเมืองระดับชาติ ไม่มีใครครอบงำอัยการได้ ย้ำทำงานอย่างอิสระ และไม่เคยรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาว่าต้องให้ฟ้องหรือไม่ฟ้อง

ส่วน พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล อดีต ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแบบคร่าวๆ ถึงประเด็นของนายสุเวทย์ หอมอุบล ที่ออกมายอมรับว่าขับรถชนตำรวจซึ่งไม่ใช่นายวรยุทธ ตำรวจไม่เชื่อในคำให้การนายสุเวทย์จนท้ายที่สุดนายสุเวทย์ให้การว่าไม่ได้เป็นคนขับ และพบหลักฐานบันทึกการเข้าออกบ้าน และยืนยันข้อมูลผลการตรวจเลือด และความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้อง อยู่ในสำนวนคดี

ทั้งนี้ก่อนเริ่มประชุมกรรมาธิการมีตัวแทนจากมูลนิธิเมาไม่ขับนำโดยนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เข้ายื่นหนังสือถึง ประธานกรรมาธิการการกฎหมาย พร้อมสอบถามว่าเหตุใดตำรวจและอัยการไม่สั่งฟ้องนายวรยุทธ์ อยู่วิทยา และนพผลการตรวจเลือดของนายวรยุทธ์ที่อ้างว่าพบสารแปลกปลอมในเลือดมายื่นด้วย