พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงรายชื่อคณะรัฐมนตรีที่จะมีการปรับว่า อยู่ในหัวตนทั้งหมดแล้ว ซึ่งต้องให้เวลาบุคคลที่ถูกทาบทามได้ตัดสินใจ หลายคนขอบ๊ายบาย แต่จะอยู่ข้างหลังเพื่อช่วยงาน ซึ่งการปรับครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการปรับใหญ่ หรือ ปรับเล็ก และไม่มีการปรับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะไม่ได้มีปัญหาและไม่ได้ขอปรับ ซึ่งคุยกันรู้เรื่องอยู่แล้ว และพรรคพลังประชารัฐเองก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ส่วนตำแหน่งพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่ต้องการเปลี่ยนตำแหน่ง เพราะปัจจุบันทำงานหนักอยู่แล้ว และพูดกับตน ว่าที่อยู่ในวันนี้ก็เพื่อช่วยงานด้านการเมืองตน ไม่ได้ต้องการตำแหน่งอะไรอีก ซึ่งพลเอกประวิตร ตอบชัดไปแล้ว มาถามย้ำทำไม

ส่วนการปรับ ครม. จะต้องมีรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจหรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอยู่แล้ว จะมี หรือไม่มีก็ได้ ต้องเข้าใจว่าก่อนหน้านี้ เป็นรัฐบาลกรณีพิเศษ สามารถคุมได้ทุกกระทรวง แต่วันนี้กระทรวงเศรษฐกิจหลายกระทรวงเป็นของพรรคร่วม แต่ตนก็คุมเองได้ทั้งหมด ดังนั้นการเป็นหัวหน้าเศรษฐกิจ ไม่ใช่ว่าเก่งด้านเศรษฐศาสตร์ แต่ต้องเอาหลายภาคส่วนมาพิจารณาและวิเคราะห์ พร้อมยอมรับว่ามีการทาบทาม นายปรีดี ดาวฉาย นายกสมาคมธนาคารไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตัดสินใจ ส่วนนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ทาบทามไปแล้ว แต่ทางครอบครัวไม่อนุญาต และไม่มีชื่อนายนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งเจ้าตัวก็ไม่อยากมา ส่วนนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษด้วยเมื่อวานนี้ก็ไม่ใช่ และครม.ชุดใหม่นี้ จะไม่มีหัวหน้าส่วนราชการ ลาออกมาเป็นคณะรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม จะมีการเปลี่ยนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี พูดแบบทีเล่นทีจริง ว่ายังควบม้าอยู่

อย่างไรก็ตาม การให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีในวันนี้ เป็นไปอย่างอารมณ์ดี และบอกรายละเอียดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการปรับครม. เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ารายชื่อ ครม.เสร็จเรียบร้อยแล้ว ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี จึงมีท่าทีผ่อนคลาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าสื่อถามไปเรื่อยเปื่อย ยังอยู่ในขั้นตอนการประสานอยู่ ยืนยันการปรับครม.ครั้งนี้จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ที่ผ่านมาก็ไม่ได้บกพร่องเสียหาย แต่มีสถานการณ์หลายอย่าง ทั้งในประเทศ ภูมิภาค และโควิด-19 จึงต้องช่วยกันแก้ปัญหา ถ้าเปลี่ยนหน้าประชาชนก็อาจจะรู้สึกดีขึ้น แต่อย่าไปโทษคนเก่า เพราะเคยทำงานร่วมกันไม่ใช่จากตาย และคุยกันด้วยดี 4 คนก็ดีกับตน ไม่ได้พูดจาเสียหาย แต่ขณะนี้ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ พูดกันไม่เลิก