พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ และคณะ เดินทางไปตรวจติดตามสถานการณ์น้ำและการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ในพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดพิจิตร โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

 

โดย พล.อ.ประวิตร เดินทางไปเยี่ยมชมการสาธิตขุดเจาะบ่อเติมน้ำแบบบ่อวงคอนกรีตและผลผลิตทางการเกษตรจากน้ำบาดาล รวมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการความร่วมมือของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ณ ต.หนองกุลา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก พร้อมทั้งมอบนโยบายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้นำท้องถิ่น โดยย้ำให้น้อมนำศาสตร์พระราชา ทฤษฎีแก้มลิง มาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาน้ำพื้นที่ทุ่งบางระกำซึ่งประสบวิกฤติน้ำท่วมขังทุกปีให้เป็นผล และมอบให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เร่งขับเคลื่อนโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน เพื่อนำน้ำฝนที่ตกลงมาเติมลงสู่ใต้ดินผ่านระบบบ่อวง จำนวน 500 บ่อให้ทันฝนปีนี้ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังและหมุนเวียนนำน้ำกลับมาใช้ในฤดูแล้ง ทั้งนี้ได้กำชับขอความร่วมมือผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ อ.บางระกำ ช่วยกันดูแลทรัพย์สินของทางราชการ และกำกับควบคุมการเติมน้ำใต้ดินให้เป็นไปตามหลักวิชาการ พร้อมทั้งร่วมกันใช้ทรัพยากรน้ำ อย่างประหยัด รู้คุณค่า เพื่อให้ทุกคนมีน้ำใช้ร่วมกัน อย่างเพียงพอตลอดปี

ต่อจากนั้น พล.อ.ประวิตร และคณะได้เดินทางต่อไปยัง ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เพื่อเร่งรัดติดตามโครงการท่อระบายน้ำคลองแยงมุมของกรมชลประทาน ซึ่งมีความสำคัญทำหน้าที่รับน้ำจากคลองสายหลัก (คลองเมน) เข้าสู่คลองแยงมุม ความยาว 2 ก.ม.ไปเชื่อมโยงกับคลองอีก 5 สาย ซึ่งทำหน้าที่ส่งน้ำ เพื่อการเพาะปลูกหล่อเลี้ยงพื้นที่นากว่า16,900 ไร่ และจะทำหน้าที่หน่วงน้ำในฤดูน้ำหลาก โดยรับน้ำจาก จ.สุโขทัย เข้าทุ่งนาที่เก็บเกี่ยวแล้ว (บางระกำโมเดล)

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ต้องลงพื้นที่ไปให้คำแนะนำชุมชนและติดตามขับเคลื่อนกำกับดูแลแก้ปัญหาน้ำในทุกพื้นที่ที่เป็นปัญหา โดยย้ำว่ารัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนทุกท้องถิ่นในการบริหารจัดการกักเก็บและกระจายน้ำอย่างสมดุลในชุมชนเพื่อให้มีน้ำใช้ทั่วกันในทุกพื้นที่อย่างยั่งยืน