พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุ หลังผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 5 ปรากฏมีแรงงาน 3 สัญชาติ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ลักลอบเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนทั่วประเทศ จับกุมแล้วกว่า 3,000 คน ซึ่งเข้ามาในลักษณะกองทัพมด โดยมีขบวนการนำพาเข้าพื้นที่ชั้นใน ส่วนใหญ่เป็นการลักลอบเข้าทางตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งติดแนวชายแดนประเทศกัมพูชา, ตำรวจภูธรภาค 5 พื้นที่ภาคเหนือ และ ตำรวจภูธรภาค 6 ซึ่งมีตะเข็บชายแดนติดประเทศลาว นอกจากนี้ ในพื้นที่ชั้นในของตำรวจภูธรภาค 1 ยังจับแรงงานได้อีกจำนวนมาก ซึ่งทั้ง 3,000 คน ได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้ว แต่ไม่พบ จึงได้ผลักดันออกนอกประเทศไปทั้งหมดแล้ว

ส่วน เจ๊เพชร จ่าย 4 พันรอด 100% และเจ๊ต้อย วังน้ำเย็น ซึ่งถูกกระบุเป็นเอเย่นต์นำพาแรงงานเข้าประเทศผิดกฎหมาย ในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว อยู่ระหว่างให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ายังเคลื่อนไหวสั่งการนำพาแรงงานผิดกฎหมายอยู่หรือไม่ พร้อมยอมรับความต้องการแรงงานของผู้ประกอบการที่ได้รับการผ่อนปรนระยะ 5 เป็นปัจจัยให้มีการลักลอบนำแรงงานผิดกฎหมายเข้าประเทศ เบื้องต้น ยังไม่พบมีตำรวจเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากการเก็บค่าหัวคิวแรงงานเถื่อน เตือนผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานเถื่อน จะถูกดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ฐานให้ที่พักพิง และใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และสั่งปิดสถานประกอบการทันที พร้อมระบุ ขณะนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้แรงงาน 3 สัญชาติดังกล่าว เข้าประเทศ แต่มีเงื่อนไข ต้องกักตัวตามขั้นตอนคัดกรองโรค โดยประเด็นนี้ ยังไม่มีบทสรุป

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เพิ่มความเข้มข้นในการสกัดกั้นการลักลอบเข้าประเทศของแรงงานเถื่อน โดยให้ตั้งจุดตรวจ ทั้งในพื้นที่ชายแดน และพื้นที่ชั้นใน เช่นเดียวกับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สืบสวนหาข่าวกลุ่มเอเย่นต์ ผู้ที่นำพาให้การช่วยเหลือนำพาแรงงานผิดกฎหมาย รวมทั้ง จัดชุดสายตรวจร่วม ออกตรวจ ตักเตือน ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ สถานบริการกลางคืน

สำหรับสถิติการจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 12 กรกฎาคม 2563 สามารถจับกุมได้ 11,053 คน เป็นชาวเมียนมา 6,131 คน กัมพูชา 3,502 คน และ ลาว 1,336 คน นอกจากนี้ จับกุมขบวนการนำพาคนต่างด้าวเข้าประเทศผิดกฎหมาย 15 คน และผู้ให้ที่พักพิง 51 คน