นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒะ ยื่นเรื่องต่อ กกต. ให้พิจารณายุบพรรคพลังประชารัฐว่า ตนได้ดูในคำร้องที่นายเรืองไกรได้ยื่นแล้วเป็นคำร้องที่ไร้สาระ ไม่มีประเด็นข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงใดๆ ซึ่งการร้องในลักษณะแบบนี้ ตนมองว่าเป็นการร้องที่เป็นภาระน่าอายให้กับ กกต.

 

ดังนั้น เพื่อที่จะให้กระบวนการที่จะร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐ ผู้ร้องจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่กระทำ จึงจะดำเนินการตรวจสอบนายเรืองไกร โดยการไปยื่นคำร้องให้ กกต. พิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.101 ที่ระบุว่า “ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใดว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ต่อคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น” ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของ กกต.

และอีกเรื่องที่จะดำเนินการ เนื่องจาก กกต.เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย จึงจะไปดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับนายเรืองไกร ในฐานความผิดตาม ม.173 ที่ระบุว่า “ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งขอความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำ ต้องระวางโทษไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกินหกพันบาท” ซึ่งมีโทษทางอาญา

ทั้งนี้ นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า จะต้องดำเนินการก็เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง ว่าผู้ใดที่จะทำการตรวจสอบต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่กระทำด้วย