นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสัมมนารัฐมนตรีและ ส.ส. ของพรรค นอกสถานที่ว่า เป็นเรื่องดีที่มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความเห็นการเมืองในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เป็นส่วนตัว คิดว่าจะหาโอกาสจัดให้มีการพบปะกันแบบนี้บ่อยขึ้น และผลที่ปรากฏออกมาก็ถือว่าทุกคนช่วยกันระดมความคิดความอ่าน ในการช่วยหาข้อสรุปร่วมกัน ว่าจะช่วยกันพาพรรคไปข้างหน้า นำไปสู่การพัฒนาเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้นได้ ซึ่งข้อสรุปที่เห็นตรงกันอย่างน้อยที่สุด คือ ประชาชนและสมาชิกพรรคทั้งประเทศก็อยากเห็นผลงานของพรรคที่ปรากฏเป็นรูปธรรมรวมถึงความเป็นเอกภาพภายในพรรค โดยทั้ง 2 ข้อนี้ เป็นประเด็นที่มีความสำคัญ ทุกคนพยายามร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อแสดงความคิดเห็น ให้เดินไปสู่เป้าหมายนี้ แต่รายละเอียดขอให้เป็นเรื่องภายในว่าจะดำเนินการอย่างไร

ส่วนการประเมินผลงานรัฐมนตรีของพรรค นายจุรินทร์ กล่าวว่า จะมีกระบวนการประเมินเป็นการภายในและการสำรวจความเห็นของประชาชนที่มีต่อการทำงานของรัฐมนตรีและผู้แทนราษฎร เพราะทุกคนถือว่าเป็นคนที่ประชาชนให้โอกาสมาทำงาน คะแนนรวมของรัฐมนตรีและผู้แทนราษฎรรวมถึงสมาชิกคนสำคัญของพรรค สุดท้ายก็จะกลายเป็นคะแนนรวมของพรรคที่ประชาชนจะตัดสินใจ ในการลงคะแนนให้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แม้ระหว่างทางที่ประชาชนจะมีความเห็นต่อความนิยมของพรรคในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง

 

ปชป. เตรียมตั้งตัวแทนจังหวัดครบทุกเขตในเดือนส.ค.นี้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน มีการพบปะกันเป็นระยะอยู่แล้ว ขณะนี้กำลังดำเนินการขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งตัวแทนประจำจังหวัด เพื่อให้พรรคสามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ครบทุกเขตตามกฎหมาย หากไม่มีตัวแทนจังหวัดหรือไม่มีสาขาพรรคอยู่ในเขตใดเขตหนึ่ง ก็ไม่สามารถส่งผู้สมัครได้ โดยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ตั้งเป้าทำให้ครบถ้วนภายในเดือนสิงหาคมนี้ และถือโอกาสพบปะเพื่อนสมาชิกภายในเวลาเดียวกัน ที่ผ่านมาก็มีการพบปะกันกับทีมภาคเหนือ ภาคอีสาน และจะเดินทางไปพบกับทีมภาคใต้และกรุงเทพมหานครตามลำดับ มีการแลกเปลี่ยนความเห็นเป็นระยะ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้บริหารและรัฐมนตรีของพรรค จะต้องรวบรวมความเห็นมาใช้ประกอบการดำเนินการต่อไปอยู่แล้ว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

ส่วนพรรคก้าวไกลประกาศความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ก็ทำทั้ง 2 ด้าน คือ ป้องกันพื้นที่ที่มีผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว และลงพื้นที่ที่ยังไม่มี ซึ่งคิดว่าทุกพรรคการเมืองก็ทำ พรรคประชาธิปัตย์ก็ทำ เพียงแต่ทำแล้วจะประกาศให้เป็นเรื่องโด่งดังหรือไม่ หรือบางกรณีอาจจะไม่ต้องประกาศออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในสถานการณ์ แต่ย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้า และพยายามป้องกันผู้แทนราษฎรที่ได้อยู่แล้วให้ได้ต่อไป และรุกคืบในพื้นที่ที่ไม่มีผู้แทนในทุกภาค รวมถึงกรุงเทพมหานครก็มีการเดินหน้าเป็นลำดับ มีการกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ทั้งหมดไว้ ซึ่งภาคอีสานจะมีการลงพื้นที่รวมถึงภาคเหนือด้วย โดยกำหนดเป้าหมายพื้นที่ไว้เกือบจะเรียกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ของทุกภาคแล้ว ว่าใครจะเป็นผู้สมัคร

 

“จุรินทร์” ยัน สก.ย้ายพรรคก่อนกก.บห.ชุดใหม่เข้ามา

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. ย้ายพรรค ได้สอบถามไปยังนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.พรรค แล้วว่า มีส่วนหนึ่งได้ย้ายออกไปแล้วก่อนที่กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามา แต่พยายามหาคนใหม่เข้ามา ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นลำดับ ร้อยละ 70 โดยประมาณ ที่มีผู้สมัครชัดเจนแล้ว แม้แต่ สก. พรรค ก็มีแผนงานลงพื้นที่เข้าไปดูแล ซึ่งตนเองในฐานะหัวหน้าพรรค มองว่า พื้นที่แตกต่างในกรุงเทพฯ และทุกภูมิภาค และจะเดินสายไปพื้นที่ต่างๆ ร่วมกับรัฐมนตรีและผู้บริหารของพรรค คนรุ่นใหม่ของพรรค ในการทำพื้นที่สร้างความนิยมให้กับพรรค รวมทั้งไปทำกิจกรรมต่างๆ จัดยุวประชาธิปัตย์ จัดอบรมอุดมการณ์ประชาธิปไตยกินได้ เพื่อมุ่งเน้นอุดมการณ์ทางการเมืองให้สามารถเดินหน้าได้ ในเศรษฐกิจยุค New Normal เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังให้กับพรรคต่อไป รวมถึงการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ก็ มีการดำเนินการตามลำดับต่อไป

ส่วนการสัมมนากำหนดไว้เฉพาะรัฐมนตรี และ ส.ส. ในพรรค จนทำให้มีบางส่วนที่ไม่ได้เข้าประชุมน้อยใจ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเป็นการสัมมนาระหว่าง ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรคกลุ่มหนึ่ง ก่อนหน้านี้คณะกรรมการบริหารพรรคก็มีการประชุมไปแล้วอีกกลุ่ม และในการประชุมใหญ่ก็คงได้พบพร้อมกันอีกเป็นกลุ่มใหญ่ หากบุคคลใดเกิดความไม่เข้าใจ ก็จะทำความเข้าใจ และเรื่องนี้เป็นเพียงกระแสข่าว ไม่มีตัวตนที่แท้จริงว่าเป็นใคร ซึ่งทุกคนเป็นเจ้าของพรรค มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น หากอะไรมีความไม่เข้าใจอยู่บ้าง ก็จะได้ชี้แจงให้เข้าใจ และคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็ฟังเหตุผลกัน พร้อมย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์จะต้องมีผลงาน จับต้องได้เป็นรูปธรรม รวมถึงความเป็นเอกภาพ ซึ่งทุกคนทราบว่าแล้วว่าเป็นอย่างไร