นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ (สปท.) โพสต์ข้อความเฟสบุ๊คส่วนตัว ‘เสรี สุวรรณภานนท์‘ กล่าวว่า ใกล้เทศกาลสงกรานต์ ใกล้เวลาจะต้องมีการบาดเจ็บล้มตายอีกแล้ว ขอให้เริ่มป้องกันและจัดการแก้ปัญหาแต่เนิ่น ทุกเทศกาลในทุกๆปี ได้เกิดปรากฏการณ์ที่ทำให้เกิดคนเจ็บและคนตายจำนวนมาก มีคนเสียชีวิตจากการเดินทางประมาณ 300-500 ศพ ในทุกเทศกาล เนื่องจากการใช้รถใช้ถนนในการเดินทาง และมีคนบาดเจ็บ หลายพันคนในแต่ละเทศกาล นี่ก็ใกล้เทศกาลสงกรานต์อีกแล้ว มาตรการการป้องกันการบาดเจ็บล้มตาย ยังไม่มีใครพูดถึง หรือ พูดไปก็ไม่มีใครสนใจ เพราะยังไม่ถึงเทศกาล

นายเสรี กล่าวต่อไปว่า วิธีการแก้ปัญหาที่ผ่านๆมา คือ การออกมารณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลเหมือนๆที่ทำกันในทุกๆเทศกาลในทุกๆปี ซึ่งเป็นเหมือนผักชีโรยหน้า ที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ไม่มีมาตรการการแก้ปัญหาที่จริงจังยั่งยืน สิ่งที่จะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน คือ การปรับแก้กฎหมายให้ทันสมัย และให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัดอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดเป็นนิสัยของคนขับรถใช้ถนน กับการป้องกันอุบัติเหตุ กับการไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ กับการไม่ดื่มหรือเมาสุราเมื่อขับรถ ให้ใส่หมวกกันน๊อคเพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรง นอกจากนี้ ประการสำคัญที่จะต้องแก้ปัญหาอีกส่วนหนึ่งคือ การสร้างพฤติกรรม ความรับผิดชอบและการใส่ใจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บังคับใช้กฎหมาย ที่เคร่งครัดเอาจริงเอาจัง กับคนที่กระทำความผิด ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็หย่อนยาน ขาดความใส่ใจต่อการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และมีตำรวจจำนวนหนึ่งที่รับผลประโยชน์ เพื่อไม่ดำเนินคดีกับคนที่กระทำความผิด กลายเป็นความเคยชิน หลายเป็นเรื่องแก้ปัญหาง่ายๆ ของคนที่กระทำความผิด เสียเงินนิดหน่อย ไม่เสียเวลาและไม่ต้องถูกดำเนินคดี อีกส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ คือ ประชาชนชาวบ้านเองที่ไม่กระทำผิด พอตำรวจไปจับกุมไปดำเนินคดีก็ไม่พอใจ มีการต่อว่า ด่าทอ มีอาการต่อต้านไม่ยอมรับการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกลายเป็นความเกลียดชังตำรวจ ทั้งๆที่ตัวเองเป็นฝ่ายกระทำความผิด ทุกๆเทศกาล ในทุกปี จึงกลายเป็นช่วงจัดงานศพมากที่สุด และเป็นช่วงที่โรงพยาบาลรับคนป่วยเข้ารักษามากที่สุด

“สงกรานต์ปีนี้ ก็คงเกิดเหตุการณ์น่าสลดขึ้นอีกตามเคย การแก้ปัญหาเมื่อถึงเทศกาล ยังคงเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งการบาดเจ็บล้มตายก็คงจะต้องเกิดขึ้นอีก เพราะเราไม่มีมาตรการการแก้ปัญหาแบบถาวร ไม่มีการแก้กฎหมายที่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา ให้ทันต่อเหตุการณ์ และไม่มีบทกำหนดโทษเพียงพอที่ทำให้คนเกรงกลัว
โดยเฉพาะการบังคับใช้กำหมายที่มีประสิทธิภาพ ไม่มีการเตรียมงานหรือไม่มาตรการที่แก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องจริงจัง จึงเป็นปัญหาดังที่ผมพูดมาตลอดว่า “จุดอ่อนของบ้านเมือง คือ กฎหมายที่ล้าหลัง และการบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ”  ช่วงเวลานี้อยากให้มี แผนงานการแก้ปัญหาแบบยั่งยืนแต่เนิ่นๆ ทำแบบต่อเนื่องทุกช่วงเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าช่วงเทศกาลเท่านั้น ไม่ใช่ไปรณรงค์กันตอนใกล้วันสงกรานต์ ซึ่งมันแก้ปัญหาไม่ได้ หรือหากได้ก็แก้ได้น้อยเต็มที ชีวิตทุกคนมีค่า ไม่สมควรตายหรือทุพลภาพ ก่อนวัยอันควร อย่างที่ว่า” นายเสรี กล่าว