นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า อัญมณีและเครื่องประดับไทยถือได้ว่าเป็นสินค้าสำคัญที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศ อีกทั้งไทยยังเป็นผู้ส่งออกพลอยสีอันดับ 3 ของโลก แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ดังนั้น เพื่อเป็นการปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง รูปแบบธุรกิจ และพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับสถาบันมีนโยบายในการสร้างองค์ความรู้ด้านอัญมณีและเครื่องประดับ คลอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านการออกแบบ การตรวจสอบอัญมณีและโลหะมีค่า ระบบมาตรฐาน เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ในระดับสากล สถาบันจึงได้จัดทำ Mobile Application ที่ชื่อว่า “กะรัต” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการให้คำปรึกษาด้านอัญมณีและเครื่องประดับครบวงจร ที่สามารถให้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา

สำหรับ “กะรัต” ถือได้ว่า เป็นแอพลิเคชั่นให้คำปรึกษา และ ข้อมูลเชิงลึกด้านอัญมณีและเครื่องประดับโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงผู้ที่สนใจ ซึ่งสามารถใช้บริการได้ทุกที่ทุกเวลา โดยสถาบัน ได้จัดทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งด้านการตรวจสอบอัญมณี การตรวจสอบโลหะมีค่า ด้านการตลาด นักออกแบบ

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น บทวิเคราะห์การนำเข้า ส่งออก และในอนาคตสถาบันมีแผนจะเปิดให้บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายการประกอบธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ และการบริหารจัดการ และยังพร้อมให้บริการคำปรึกษาด้านเทคนิคนอกสถานที่ (Mobile Consult) เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการที่ต้องการขอรับคำปรึกษาด้านเทคนิคโดยเฉพาะ เพื่อเร่งสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ รองรับมาตรการเร่งด่วนในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ

โดยผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นกะรัต Carat Application แพลตฟอร์มที่ปรึกษาทุกเรื่องราวอัญมณีและเครื่องประดับ ได้แล้วผ่านระบบ IOS และ Android