พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) กล่าวว่า วิกฤตไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดแรงงาน ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ว่างงานเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องหยุดดำเนินการเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นผลให้เศรษฐกิจถดถอยลง แม้ว่ามาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมจะเป็นมาตรการชั่วคราว แต่ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในตลาดแรงงานจะส่งผลกระทบในระยะยาว โดยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทำให้ระดับของการใช้ระบบอัตโนมัติในภาคธุรกิจต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อตำแหน่งงานในอุตสาหกรรมต่างๆ และภาวะถดถอยจากการแพร่กระจายของไวรัสโควิดฯ อาจทำให้เกิดระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมต่างๆ มากยิ่งขึ้น โดยเทคโนโลยีใหม่ไม่ได้หมายถึงระบบอัตโนมัติเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงซอฟต์แวร์ในระดับองค์กรที่มีราคาถูกลง โดยต้นทุนที่ลดลงมักเกิดจากเทคโนโลยีคุณภาพสูง รวมถึงมาตรฐานแบบครบวงจรที่มักมาจากบริษัทด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ดังนั้น สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบไดนามิก ที่เห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา นั่นก็คือวิกฤตการณ์ทางด้านการเงิน

ดังนั้น ควรต้องมีการปรับตัวและเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบใหม่ที่เกิดขึ้นหลังวิกฤตไวรัสโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลจะต้องมีแผนเตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างรอบคอบและทันท่วงที