พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) ที่จัดตั้งด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร) ณ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม อาคาร 20 ชั้น 8 บมจ.ทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

โดยมีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และปลัดกระทรวง ให้การต้อนรับ ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจัดตั้งขึ้น เพื่อตรวจสอบและแก้ไขดำเนินการข่าวปลอมที่บิดเบือนข้อมูล ส่งผลกระทบต่อสังคมภาพกว้าง พร้อมแต่งตั้งชุดประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาวะวิกฤติแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เพื่อปกป้องประชาชนและสังคมจากผลกระทบด้านลบของข่าวปลอมซึ่งภายหลังการรับฟังบรรยายสรุปและเยี่ยมชมศูนย์และนิทรรศการแล้ว

 

พล.อ.ประวิตร ได้ให้กำลังใจตามนโยบายรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือและตรวจสอบเฟคนิวส์เชิงลึก ให้เกิดความเชื่อมั่นกับประชาชนโดยทุกกระทรวงต้องร่วมมือกันดำเนินการ มีทุกวันในสื่อต่างๆ ทั้งนี้หากหน่วยงานหรือบุคคลใดได้รับผลกระทบจากเฟคนิวส์สามารถมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับศูนย์ดังกล่าวเพื่อให้ตำรวจสามารถบังคับใช้กฎหมายได้ตามมาตราการต่างๆ ยืนยันขณะนี้ข่าวบิดเบียนลดลงไปเยอะมากพอสมควร

ด้านสถิติ การทำงานในภาวะวิกฤติโควิด-19 ตั้งแต่ระหว่างวันที่ 25 มกราคม-เมษายน 2563 อย่างต่อเนื่อง 83 วัน พบจำนวนข้อความที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 2,428,621 ข้อความ มีข้อความข่าวที่เข้าเกณฑ์ที่ต้องดำเนินการ 2,870 ข้อความ คัดกรองแล้วพบว่ามีข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 821 เรื่อง โดยมีข่าวที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบและเผยแพร่แล้ว เป็นข่าวปลอม 192 เรื่องจาก 244 เรื่อง,ข่าวจริง 24 เรื่อง และข่าวบิดเบือนอีก 28 เรื่อง ซึ่งข่าวปลอมส่วนใหญ่ที่มีการแพร่กระจายบนออนไลน์และโซเชียล กว่าร้อยละ 60 จะเป็นข่าวในกลุ่มนโยบายรัฐบาล และความมั่นคงภายในประเทศ

ส่วนอีก ร้อยละ30 เป็นกลุ่มข่าวปลอมกลุ่มข่าวสุขภาพ ขณะที่สถิติภาพรวมผลการดำเนินงาน ตั้งแต่เดือนพ.ย.62–17 เม.ย. 63 (6เดือน)มีข้อความที่ถูกคัดกรองทั้งหมดกว่า 5,904,637 ล้านข้อความ เป็นข่าวที่เข้าหลักเกณฑ์นำมาพิจารณา เช่น ภัยพิบัติ เศรษฐกิจ สุขภาพ ความสงบเรียบร้อยของสังคมกว่า 10,611 ข้อความ เป็นข่าวที่ให้หน่วยงานต่าง ๆ ตรวจสอบ 3,127 เรื่อง และได้รับการตรวจสอบ 2,166 เรื่อง และเผยแพร่ข่าวที่ตรวจสอบแล้ว 565 เรื่อง แบ่งเป็นข่าวปลอม 399 เรื่อง ข่าวจริง 114 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 52 เรื่อง