นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความลงในกลุ่มไลน์ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ที่มี ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข ผู้อำนวยการ โรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขนิเทศก์ ทั้ง 12 เขต (ทั่วประเทศ) เกี่ยวกับการนำเสนอโครงการตามงบประมาณ ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 1ล้านล้านบาท ตามที่กระทรวงสาธารณสุข ได้รับจัดสรรมา เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วงเงินจำนวน 45,000 ล้านบาท โดยมีเนื้อหา

เรียนพี่น้องผู้บริหาร สธ.ทุกท่านครับ กระทรวงสาธารณสุขของเราจะต้องนำเสนอ งบประมาณในวงเงิน 45,000 ล้านบาท เพื่อรับมือสถานการณ์โควิด-19 จากนี้ไป งบประมาณนี้ได้รับการจัดสรรมาตามมติ ครม. ที่อนุมัติในที่ประชุมเมื่อวานนี้ เราควรต้องจัดการใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งกระทรวงต้องการให้ผู้บริหารทุกท่าน มีส่วนร่วมและนำเสนอข้อแนะนำดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และความก้าวหน้าของกระทรวงสาธารณสุข

อยากเน้นให้ทุกท่านได้ใช้หลักการพิจารณาโดยคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจที่เสียหายไปและการช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชนในช่วงนี้ หากงบประมาณนี้จะได้ถูกหมุนเวียนใช้เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเงินภายในประเทศได้มากที่สุด ก็จะเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือประชาชนในขณะเดียวกันด้วย พยายามใช้ของที่ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศให้น้อยที่สุด อุดหนุนกิจการของคนไทยให้มากที่สุด กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นที่ศรัทธาและเชื่อมั่นของประชาชนอย่างล้นหลาม เราดูแลประชาชนในทุกมิติ ไม่ใช่แค่เรื่องการสาธารณสุขเท่านั้น เยียวยาทุกอาการผมในฐานะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบกระทรวงนี้จึงขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันคิดให้ละเอียดและนำเสนอมาตามสายงานบังคับบัญชาเพื่อนำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด หากเป็นไปได้จะขอเชิญประชุมร่วมภายในปลายสัปดาห์หน้าครับ เพื่อที่ท่านทั้งหลายจะได้มีเวลาเตรียมตัวให้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านเริ่มดำเนินการทันที

สำหรับแผนงานตามที่ ครม.อนุมัติดังกล่าว กำหนดไว้ ประกอบไปด้วย 1.แผนงานหรือโครงการที่รองรับค่าใช้จ่าย ค่าเยียวยา ค่าชดเชย และค่าเสี่ยงภัย สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข รวมถึงผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการจัดหาผู้นำชาญการทั้งในประเทศและต่างประเทศ 2.เพื่อจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข ยารักษาโรควัคซีนป้องกันโรค และห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ 3.แผนงานหรือโครงการเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการบำบัดรักษา ป้องกัน ควบคุมโรค รวมทั้งการวิจัยพัฒนาทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อการฟื้นฟูด้านการสาธารณสุขของประเทศ 4.แผนงานหรือโครงการเพื่อการเตรียมความพร้อมด้านสถานพยาบาล และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายในการกักตัวผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ5.แผนงานหรือโครงการด้านสาธารณสุขเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน อันเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019