นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สส.จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ พรก. 4 ฉบับ เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคระบาดไวรัสพันธุ์ใหม่ โควิด 2019 นั้น เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 172 ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัย สาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์ จะทรงตราพระราชกําหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ การตราพระราชกําหนดตามวรรคหนึ่ง ให้กระทําได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน ที่มีความจําเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ จึงชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการและมีผลบังคับใช้แล้ว โดยในกรณีที่ นายสมคิด เชื้อคง รองประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงในรายละเอียดของใช้เงินตาม พรก. ฉบับที่1 นั้น ตนเห็นว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะรัฐบาลจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามแผนงานตามบัญชีแนบท้าย พรก. กล่าวคือ 1) แก้ปัญหาด้านการแพทย์ และสาธารณาสุข 45,000ล้านบาท 2)เยียวผู้ที่ได้รับผลดระทบจากโรคระบาดโควิทแก่ ภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ 555,000ล้านบาท และ3) ช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม 400,000 ล้านบาทเท่านั้นและในวันที่ ครม. เสนอ พรก. ดังกล่าวให้สภาผู้แทนราษฏรและวุฒิสภาอนุมัติ ต้องมีโครงการกิจกรรมการใช้เงินที่ชัดเจน ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายจะต้องให้ความร่วมมือและหวังว่าฝ่ายนิติบัญญัติช่วยกันติดตามให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใสและเร่งรัดให้ถึงมือพี่น้องประขาชนให้เร็วที่สุด

ส่วนการเสนอ พรก.ดังกล่าว. มีความจำเป็นต้องเปิดสมัยวิสามัญหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้หารือกันในเรื่องนี้และเป็นเรื่องที่ครม. มีหน้าที่เป็นผู้เสนอ โดยส่วนตัวเห็นว่า ไม่มีความจำเป็น เพราะสมัยประชุมสามัญจะเปิดในวันที่22พ.ค2563ที่จะถึงนี้ และรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ว่าการพิจารณาพระราชกําหนดของสภาผู้แทนราษฎรและของวุฒิสภา และการยืนยันการอนุมัติ พระราชกําหนด จะต้องกระทําในโอกาสแรกที่มีการประชุมสภานั้นๆ ถึงโอกาสนั้นฝ่ายสภาผู้แทนราษฏร วุฒิสภาและวิปของทุกฝ่ายจะได้หารือกันอีกครั้ง