นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการผู้บังคับหน่วยหาแนวทางเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาการเลื่อนการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำปี 2563 จากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ว่า หลังจากมาตรการให้ทหารกองประจำการสมัครใจเลื่อนปลดประจำการต่อไปอีก 1 ปี แต่ก็มีทหารประจำการกว่า 36,500 นาย เลือกที่จะไม่ขออยู่เป็นทหารต่อไป จึงสะท้อนว่าสภาพในรั้วค่ายทหารอาจไม่ได้ให้ความมั่นคงกับชีวิตของพลทหารได้อย่างบรรดาผู้นำทหารพยายามทำให้เราเชื่อ ซึ่งสิ่งที่กองทัพควรทำคือใช้วิกฤตินี้ปรับปรุงกองทัพตามแนวทางที่อดีตพรรคอนาคตใหม่เคยเสนอ ตามร่าง พ.ร.บ.การรับราชการทหารฉบับใหม่

ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบัน ยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่าประเทศไทยเสียงบประมาณกับ “เรื่องไม่เป็นเรื่อง” ไปมากในด้านกองทัพ

ในขณะที่ระบบสาธารณสุขที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดกลับยังขาดความพร้อมในหลายด้าน ทั้งการขาดอุปกรณ์ป้องกันสำหรับแพทย์ การขาดเครื่องมือหรือสถานที่เพื่อตรวจโรคได้อย่างทั่วถึง

ดังนั้น กองทัพจึงต้องทบทวนว่ามีอะไรบ้างที่เป็นส่วนเกินที่ไม่จำเป็นต่อประเทศ และตัดมันออกไปโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะการปรับลดอัตรากำลังพลให้เหลือเท่าที่จำเป็นต่อภารกิจทางทหารจริงๆ แต่ยังขอย้ำเรื่องของการโอนงบประมาณของกระทรวงกลาโหม เพื่อนำมารับมือสถานการณ์ไวรัส และต้องให้สภาผู้แทนราษฎรมีส่วนร่วมผ่านการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ