นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 จังหวัดชัยนาท (สศท.7) เพื่อติดตามโครงการระบบส่งเสริมการเกษตร แบบแปลงใหญ่อ้อยโรงงานอินทรีย์ในพื้นที่อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ซึ่งเกษตรกรปรับเปลี่ยนการทำอ้อยโรงงานแบบใช้สารเคมี เป็นการทำแบบอินทรีย์จนประสบผลสำเร็จ และได้ร่วมกับโรงงานอ้อยและน้ำตาลกลุ่มวังขนายทำเกษตรพันธสัญญา (Contact Farming) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรว่ามีแหล่งรับซื้อที่แน่นอน อีกทั้ง ยังสอดรับกับแนวโน้มอัตราการเติบโตของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพและเลือกบริโภคอาหารที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

โดยจากการติดตามของ สศท.7 พบว่า เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 มีสมาชิกแปลงใหญ่ จำนวน 30 ราย พื้นที่ทั้งหมด 1,770.08 ไร่ ผลผลิตรวม จำนวน 16,178.53 ตัน/ปี ปีเพาะปลูก 2562/63 เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตจนถึงเก็บเกี่ยวเฉลี่ย 6,385 บาท/ไร่ (เริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุ 10 เดือน – 1 ปี) ระยะเวลาเก็บเกี่ยว ช่วงเดือนธันวาคม – เมษายน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 10 – 15 ตัน/ไร่ ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) 1,115 บาท/ไร่ ราคาที่เกษตรขายได้เฉลี่ย 100 บาท/ตัน ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิ ค่าความหวานอ้อย (CCS) การกำหนดราคาอ้อยขั้นต้น เป็นต้น โดยผลผลิตทั้งหมดจำหน่ายให้กับโรงงานกลุ่มวังขนาย จังหวัดลพบุรี นำไปแปรรูปเป็นน้ำตาลออร์แกนิคส่งจำหน่ายภายในประเทศร้อยละ 75 และอีกร้อยละ 25 ส่งออกต่างประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน โครเอเชีย และนิวซีแลนด์

จากผลสำเร็จตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมา แปลงใหญ่อ้อยโรงงานอินทรีย์ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานต่างๆ รวมทั้งมาตรฐานเกษตรอินทรีย์