ตามที่มีรายงานข่าวกรณีโฆษกพรรคการเมืองหนึ่งแสดงความข้องใจต่อบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยตั้งข้อสงสัยว่า กสม. ได้ดำเนินการใด เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชนภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวบ้าง โดยสำนักงาน กสม. ขอชี้แจงว่า กสม. มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในช่วงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านมา กสม. ได้ออกแถลงการณ์ กสม. เรื่อง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 10 และ 23 มีนาคม 2563 ตั้งแต่ก่อนการจัดตั้ง ศบค. โดยเรียกร้องให้รัฐบาลจัดตั้งองค์กรที่มีกลไกร่วมกันในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีอำนาจเต็มในการดำเนินการ แก้ไขปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์และสิ่งจำเป็นในการป้องกันโรค ให้การดูแลเยียวยาเป็นพิเศษแก่ผู้มีรายได้น้อยและประชาชนกลุ่มเปราะบาง และให้รัฐบาลพึงระมัดระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากมีการนำยุทธการปิดเมือง (Lockdown) มาใช้ในพื้นที่และช่วงเวลาที่กำหนด

นอกจากนี้ สำนักงาน กสม. ยังได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กสม. เพื่อศึกษารวบรวมข้อมูลและเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในช่วงระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา มีการติดตาม สัมภาษณ์องค์กรเครือข่ายถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางที่เข้าไม่ถึงการเยียวยาจากภาครัฐ พร้อมแนวทางในการแก้ปัญหาแต่ละกลุ่ม รวมทั้งการติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ตลอดจนรวบรวมการดำเนินการของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในประเทศต่าง ๆ และข้อแนะนำจากกลไกสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติในการต่อสู้กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้จึงขอย้ำว่า กสม. มีความห่วงใยและตระหนักถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในช่วงวิกฤตนี้ และได้พยายามรวบรวมข้อมูลและความเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ มาประกอบการดำเนินการ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป