นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง กรณีกระทรวงมหาดไทยที่ได้ตีความโรคโควิค-19 ไม่ใช่ “สาธารณภัย” ส่งผลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถขอสนับสนุนงบกลางมาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในท้องถิ่นได้ ว่า ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 ได้ให้คำนิยาม “สาธารณภัย” ว่า หมายรวมถึงโรคระบาดในมนุษย์อันมีผลกระทบต่อสาธารณชน ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ หรือมีผู้ทำให้เกิดขึ้น
แต่กระทรวงมหาดไทยกลับตีความว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ถือว่าเป็นสาธารณภัย ปิดโอกาสท้องถิ่นใช้งบกลางได้ ด้านระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 2562 ให้คำจำกัดความว่า “ภัยพิบัติ” หมายถึง “สาธารณภัย” อันเป็นภัยที่เกิดจากโรคที่แพร่ระบาดในมนุษย์ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต และร่างกายของประชาชน อีกทั้ง องค์การอนามัยโลกยังประกาศให้ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นโรคระบาดใหญ่

ดังนั้น รัฐจะต้องมีมาตรการที่เข้มงวดและเร่งด่วนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโดยเร็ว แต่การตีความของกระทรวงมหาดไทย กลับทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหมดโอกาสในการขอรับการสนับสนุนงบกลางจากรัฐบาลเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และรัฐบาลมีมาตรการให้ประชาชนอยู่บ้านเพื่อชาติ จึงมีความจำเป็นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องมีงบประมาณเพียงพอ เพื่อสนับสนุนการทำงาน แต่เป็นที่สังเกตว่า การตีความ “สาธารณภัย” ของกระทรวงมหาดไทยนั้น อาจเป็นความพยายามที่จะดึงงบกลางไว้ใช้เองแต่เพียงผู้เดียว จึงอยากจะให้กระทรวงมหาดไทยได้ทบทวนเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน