นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงปัญหาศักยภาพการตรวจเชื้อโควิด-19 ในเชิงปริมาณ และการกระจายเครื่องตรวจและน้ำยา ที่การขนส่งยังมีปัญหาเพราะศูนย์รวมอยู่ที่กรุงเทพฯ ว่า 1 สัปดาห์ผ่านไปหลังจากที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรการต่างๆ เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา มีคำสั่งเคอร์ฟิวจากหลายจังหวัด มีการตั้งด่านตรวจคนเดินทางระหว่างจังหวัด บางจังหวัดประกาศล็อกดาวน์ห้ามคนเข้าออกพื้นที่แล้ว และล่าสุดได้มีการประกาศเคอร์ฟิวช่วง 4 ทุ่ม-ตี4 แต่สิ่งที่ยังไม่เห็นก็คือการตรวจหาผู้ติดเชื้อในเชิงรุก จนถึงวันนี้ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ซึ่งก็คือคนที่มีอาการและประวัติเสี่ยงต้องได้รับการตรวจหาเชื้อ ซึ่งไทยมีสัดส่วนการตรวจหาเชื้อ 322 รายต่อประชากรล้านคน ทำให้เห็นว่าการตรวจเชื้อของไทยยังไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ แม้มาตรการล็อกดาวน์จะยังไม่เข้มข้นเท่าประเทศอื่น แต่ถ้าไม่มีปูพรมตรวจ ก็ไม่สามารถแยกผู้ป่วยเพื่อทำให้เข้าถึงการรักษาและหาทางป้องกันได้ ต่อให้สถานการณ์ดีขึ้น เลิกมาตรการรักษาระยะห่าง ปัญหาเดิมก็จะวนมาอีก เพราะไม่รู้ว่าใครมีเชื้อคงเหลืออยู่บ้างและไม่มีการแยกตัวออกมา และสิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญอยู่ตอนนี้คือ ความพยายามของรัฐบาลที่จะปกปิดความจริงเกี่ยวกับสถานการณ์การขาดแคลนของอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งน้ำยาตรวจ เครื่องตรวจ ชุด PPE หน้ากากอนามัย และ FACE-SHIELD ดังนั้นถ้าประกาศเคอร์ฟิว แต่ไม่มีการปูพรมตรวจให้ทั่วถึง และไม่จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอ ก็ไม่สามารถล็อคดาวน์เชื้อโควิด-19 ได้อย่างแน่นอน