นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนจากองค์การอนามัยโลก ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ โรงพยาบาลราชวิถี เพื่อสำรวจความพร้อมในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย

นายอนุทิน เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจรพ.ราชวิถี แห่งนี้ ถือเป็นตัวแทนในการจัดสรรเตียงไว้รองรับผู้ป่วยและ จัดสรรเตียงสำหรับโรงแรมที่ใช้กักตัวผู้ป่วยที่อาการไม่หนัก และไม่จำเป็นต้องอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งจากรายงานที่ได้รับเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์เตียงใหม่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีจำนวน 1,551 เตียง จากโรงพยาบาล 86 แห่ง ส่วนโรงบาลราชวิถี โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มีจำนวน 603 เตียง

นอกจากนี้ทางสาธารณสุขได้สั่งการไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ ให้คัดเลือกโรงพยาบาลจังหวัดละ 1 แห่ง ไว้สำหรับเป็นตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจโควิด-19 เพื่อเป็นการเพิ่มความเข้มข้นในการคัดกรองและรักษาผู้ติดเชื้อ

ด้านผู้แทนจากองค์การอนามัยโลก ระบุว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่สามารถแพร่ระบาดในอากาศได้ เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อ จะแพร่ระบาดผ่านละอองฝอย เมื่อเกิดการไอหรือจามละอองฝอยที่ออกจากร่างกายคนจะตกลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว ไม่ลอยอยู่ในอากาศ

ส่วนประชาชนทั่วไปที่ไม่มีอาการป่วย แต่สวมใส่หน้ากากอนามัย วิถีนี้ถือเป็นเพียงวิธีการหนึ่งที่สามารถใช้ป้องกันได้ แต่หากจะให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องไม่นำมือไปสัมผัสหน้ากาก ประกอบกับหมั่นล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ รวมถึงการเว้นระยะห่างทางสังคม จึงจะถือว่าเป็นวิธีการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาดที่ได้ผลมากที่สุด

ทั้งนี้ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เชื่อว่ามาตรการต่างๆที่ทางรัฐบาลประกาศออกมา ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดระยะเวลาห้ามออกจากเคหะสถาน ในช่วงกลางคืน การกำหนดเวลาเปิด-ปิดของร้านค้าต่างๆ จะสามารถช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้ แต่ถึงอย่างไรนั้นยังต้องขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคมซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีการจะลดการติดเชื้อได้เช่นเดียวกัน